
การเล่นกีฬาบาสเกตบอลนั้นประกอบด้วยฝ่ายรุกและฝ่ายรับการทำให้ฝ่ายตรงข้าม หลงทิศทางจากทิศทาง ที่เราตั้งใจจะไปเพื่อหลบหลีกการป้องกันได้สำเร็จ ถือเป็นการหลอกล่อ คู่ต่อสู้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเล่นกีฬาบาสเกตบอลด้วย การยิงประตูเป็นหัวใจสำคัญในการเล่นบาสเกตบอล ผลแพ้หรือชนะอยู่ที่ทักษะการยิงประตูของทีม ซึ่ง อาจจะได้จากการยิงประตูของผู้เล่นในระยะหรือมุมต่างๆ หรืออาจได้จากการยิงประตููนั้นต้องประกอบด้วย ลักษณะการยิงที่ถูกต้องและชำนาญ ซึ่งมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ฉะนั้นผู้เล่นควรทำการฝึกฝนในทักษะ การยิง ประตูบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความแม่นยำ ความหมายและความสำคัญในการหลอกล่อ สมรรถชัย น้อยศิริ (2535 : 119) ได้ให้ความหมายไว้ว่าการหลอกล่อ คือ การกระทำให้ คู่ต่อสู้หลงทิศทาง ที่เราตั้งใจไว้ เพื่อหลบหลีกการป้องกันของคู่ต่อสู้และเป็นการเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการเล่นบาสเกตบอล อีกประการหนึ่งด้วย การหลอกล่อเพื่อหลบหลีกนี้อาจกระทำได้โดยใช้ลูกบอล สายตา ลำตัว ศีรษะ แขนหรือ เท้า ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทุกส่วนที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดรวมกันหลอกล่อพร้อมกันเพื่อการหลอกล่อและหลบ หลีกก็ได้ และการหลอกล่อนี้อาจจะกระทำได้ในขณะที่ไม่มีลูกบอลอยู่ในครอบครองหรือมีลูกบอลอยู่ในครอบครองก็ได้ กรมพลศึกษา (2515 : 52) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การหลอกล่อ ก็คือ การกระทำให้ผู้ป้องกันเข้าใจผิด หลงตาม ถลำตัวแล้วเปิดช่องว่างให้เข้ายิงประตูได้สะดวกขึ้น ฟอง เกิดแก้ว (2524 : 58) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การหลอกล่อ หมายถึง ความสามารถในการลวงให้ฝ่าย ตรงข้ามเข้าใจผิด เกี่ยวกับทิศทางของการเคลื่อนไหวในการยิงประตูหรือในการส่งลูก โดยการใช้มือ เท้า ศีรษะ ไหล่ สายตา และลูกบอล ทั้งนี้เพื่อมิให้ฝ่ายป้องกันคุมตัวเราได้ ทำให้สามารถเคลื่อนไหวไปในทิศทางต่างๆ ได้สะดวกการหลอกล่อนี้อาจทำได้เมื่อมีลูกบอลหรือในขณะไม่มีลูกบอลอยู่ก็ได้ แต่ต้องรู้จักจังหวะและโอกาส ที่จะใช้ และไม่ควรที่จะทำซ้ำซากในวิธีการเดียวกัน การหลอกล่อเปรียบเสมือนยุทธวิธีที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเล่นบาสเกตบอล เพราะเป็นการชิงไหว ชิงพริบ เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงกล หลงทิศทาง หรือเกิดความสับสนผิดพลาด การหลอกล่ออาจใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ ใบหน้า ศีรษะ แขน ขา และเท้า การหลอกล่อจะได้ผลดีถ้ามีความพร้อมด้าน สมรรถภาพทางกาย ปฏิภาณไหวพริบ การสั่งการของสมอง การประสานสัมพันธ์ของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ จังหวะ ในการหลอกล่อจะต้องแสดงกิริยาท่าทางก่อนการเคลื่อนที่ขณะไม่มีลูกบอลและมีลูกบอลเพื่อจะได้เคลื่อนที่ หลบหลีกหรือเข้าทำประตู การหลอกล่อขณะไม่มีลูกบอลอยู่ในครอบครอง (Feint without The Ball) การเล่นแบบคนต่อคนหรือแบบประชิดตัวทำให้ผู้เล่นฝ่ายรุกถูกป้องกัน จนทำให้โอกาสในการรับลูกบอล ลำบากขึ้น จำเป็นที่ฝ่ายรุกต้องพยายามที่จะรับลูกบอลให้ได้ จึงต้องหลอกล่อเพื่อให้หลุดพ้นจากการป้องกันการหลอกล่อโดยไม่มีลูกบอลจะใช้การหลอกด้วยส่วนต่างๆของร่างกาย ได้แก่ ศีรษะ ไหล่ ลำตัว แขน ขา เท้า และสายตา และใช้ วิธีการวิ่งตัด (Cutting) มาสนับสนุนให้สามารถหลุดพ้นจากการถูกประกบตัว จึงจะเป็นโอกาสให้ได้รับลูกบอลและทำประตูได้ ซึ่งพอสรุปวิธีหลอกล่อขณะไม่มีลูกบอลได้ดังนี้ ![]() ![]() การหลอกล่อขณะมีลูกบอลในครอบครอง (Feint with The Ball) ส่วนมากการหลอกล่อขณะมีลูกบอลจะใช้เมื่อผู้เล่นถูกคู่ต่อสู้ป้องกันแบบใกล้ชิดตัว และอยู่ในระยะใกล้ห่วงประต ูหรือสามารถเลี้ยงเข้าทำประตูได้ ในเวลารวดเร็ว ดังนั้นการหลอกล่อขณะมีบอลจะกระทำเพื่อ จุดหมาย เพื่อหาช่องทางเคลื่อนที่เพื่อเข้าทำประตู ซึ่งพอจะจำแนกการหลอกล่อขณะมีลูกบอล คือ 1. การหลอกล่อด้วยส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก่อนการยิงประตูหรือส่งทุกรูปแบบควรใช้วิธีหลอกคู่ป้องกันให้หลงทิศทางจุดมุ่งหมายเพื่อให้ฝ่าย ตรงข้ามเข้าใจผิดถลำตัวและเปิดช่องว่างให้เข้ายิงประตูได้ การหลอกล่อไม่ว่าจะทำลักษณะหันหน้าหรือหันหลังให้คู่ต่อสู้ก็ตามย่อมมีทิศทางของการหลอกล่อได้หลายทาง สำหรับการหลอกล่อด้วยส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขอแนะนำเพียงการใช้เท้า ลำตัวไหล่ และสายตา ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ 1.1 การหลอกทางซ้ายแต่หันออกทางขวาโดยใช้เท้า ผู้หลอกล่อใช้เท้าขวาเป็นเท้าหลักเคลื่อนเท้าซ้าย ไปด้านซ้ายเฉียงขึ้นด้านหน้าเล็กน้อย สายตามองไปตามทิศทางที่เคลื่อนเท้าไป ยกเท้าซ้ายแบบไขว้เฉียง ไปทางขวา เพื่อเลี้ยงลูกบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้ ![]() 1.2 การหลอกทางขวาแต่หันออกทางซ้ายโดยใช้เท้า ผู้หลอกล่อใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าหลักเคลื่อนเท้าขวา ไปด้านขวาเฉียงขึ้นด้านหน้าเล็กน้อย สายตามองไปตามทิศทางที่เคลื่อนเท้าไป ยกเท้าขวาไขว้เฉียงไปทางซ้าย เพื่อเลี้ยงลูกบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้ 1.3 การหลอกทางซ้ายแต่หันออกทางขวาโดยใช้ลำตัวและไหล่ ผู้หลอกล่อโยกลำตัวและไหล่ไปทางซ้าย สายตามองไปข้างหน้าด้านซ้าย ใช้เท้าขวาเป็นเท้าหลัก เคลื่อนเท้าซ้ายไขว้เฉียงไปทางขวาเพื่อเลี้ยงลูกบอล หลบหลีกคู่ต่อสู้ ![]() 1.4 การหลอกทางขวาแต่หันออกทางซ้ายโดยใช้ลำตัวและไหล่ ผู้หลอกล่อโยกลำตัวและไหล่ไปทาง ขวา สายตามองไปข้างหน้าด้านขวา ใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าหลักเคลื่อนเท้าขวาไขว้เฉียงไปทางขวาเพื่อเลี้ยงลูกบอล หลบหลีกคู่ต่อสู้ 1.5 การหลอกไปทางซ้ายโดยใช้เท้าและไหล่ ผู้หลอกล่อใช้เท้าขวาเป็นเท้าหลัก จังหวะแรกใช้เท้าซ้าย เคลื่อนหลอกไปทางซ้าย จังหวะที่สองใช้ไหล่ขวาหลอก ไปทางขวา แล้วเคลื่อนที่หลบหลีกไปทางซ้าย ![]() 1.6 การหลอกไปทางขวาโดยใช้เท้าและไหล่ ผู้หลอกล่อใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าหลัก จังหวะแรกใช้เท้าขวา เคลื่อนออกไปทางขวา จังหวะที่สองใช้ไหล่ซ้ายหลอกไปทางซ้ายแล้วเคลื่อนที่หลบหลีกไปทางขวา 2. การหลอกล่อด้วยลูกบาสเกตบอล การหลอกล่อด้วยลูกบาสเกตบอลเป็นการใช้ลูกบาสเกตบอลหลอกให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่หรือกระโดดขึ้นโดย หลอกว่าจะส่งลูกบาสเกตบอล ด้วยวิธีส่งแบบต่างๆหรือหลอกว่าจะยิงประตูเพื่อทำให้ผู้เล่นเสียการทรงตัวหลง ทิศทาง ไปป้องกันหรือกระโดดลอยตัวขึ้นสกัดเพราะคาดว่าผู้หลอกจะยิงประตูทำให้สามารถเคลื่อนที่หลบหลีกไปได้ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้ 2.1 วิธีการหลอกล่อเพื่อจะส่งลูกบาสเกตบอล การหลอกล่อด้วยวิธีนี้จะต้องทำท่าทางว่าจะส่ง ลูกบาสเกตบอลเพื่อให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่เพื่อสกัดลูกบอล ทำให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่จากการยืนป้องกัน ซึ่งทำให้ผู้หลอกล่อสามารถหลบหลีกไปได้ 2.2 วิธีการหลอกล่อเพื่อจะยิงประตูด้วยลูกบาสเกตบอลการหลอกล่อเพื่อจะยิงประตูด้วยลูกบาสเกตบอล เป็นการใช้ท่าทางของการยิงประตู การหลอกล่อแบบนี้จะใช้ท่าทางการกระโดดยิงประตู เป็นส่วนมาก ส่วนมากใช้ในระยะใกล้หรือระยะกลาง เพื่อทำให้คู่ต่อสู้กระโดดขึ้นองกัน ทำให้ผู้หลอกล่อ สามารถเคลื่อนที่หลบหลีกหรือหมุนตัวยิงประตูได้ง่ายขึ้น ![]() ทักษะของการหลอกล่อในกีฬาบาสเกตบอล เป็นการแสดงไหวพริบของฝ่ายรุกและฝ่ายรับ ซึ่งต่างฝ่ายก็พยายามหลบหลีกเพื่อหาโอกาสเข้ายิงประตู ทำอย่างไรที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามหลงทิศทาง ดังนั้นผู้เล่นจำเป็นต้องฝึกฝนทักษะการหลอกล่อนี้อย่างจริงจัง อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จของทีม แบบฝึกการหลอกล่อในกีฬาบาสเกตบอล แบบฝึกที่ 1 การหลอกล่อขณะไม่มีลูกบอล ![]() 1. ผู้เรียนเข้าแถวสองแถวดังภาพ 2. จากจุด A เคลื่อนที่โดยหลอกล่อไปข้างหน้าโดยที่ เป็นฝ่ายเคลื่อนที่คอยป้องกัน 3. ทิศทางการเคลื่อนที่ตามความยาวของสนาม 4. ที่จุด B เปลี่ยนฝ่ายป้องกันเป็นฝ่ายหลอกล่อ และฝ่ายที่หลอกล่อเป็นฝ่ายป้องกัน 5. ให้ปฏิบัติการเคลื่อนที่โดยการหลอกล่อในทุกทักษะ แบบฝึกที่ 2 การหลอกล่อขณะมีลูกบอลและไม่มีลูกบอล ![]() 1. ผู้เรียนเข้าแถวสองแถว ดังภาพ ( แถว A และ B ) 2. แถว A มีบอล แถว B เคลื่อนที่หลอกล่อไปทางซ้าย แล้ววิ่งตัดมารับบอลจาก A 3. เมื่อ B รับบอลแล้วหยุดหลอกล่อไปทางขวา แล้วหมุนกลับเข้าทำประตู 4. เมื่อ A ส่งบอลแล้ววิ่งไปต่อท้ายแถว B และ B หลังจากยิงประตูแล้วเลี้ยงลูกบอลไปต่อท้ายแถว A 5. ฝึกปฏิบัติทั้งด้านซ้ายและด้านขวา แบบฝึกที่ 3 การหลอกล่อวิ่งตัดแบบกรรไกร ![]() ![]() ความหมายการยิงประตู หมายถึง การออกแรงส่งลูกบอลด้วยมือเดียวหรือสองมือให้ลูกบอลเคลื่อนที่ ไปยัง ห่วงประตูของฝ่ายตรงข้ามให้ลงห่วงประตูเพื่อทำคะแนนการยิงประตูอาจทำได้ใน 3 ลักษณะ คือ 1. การโยน (Throwing) หรือการส่งแรงจากมือเดียวหรือสองมือ ให้ลูกบอลเคลื่อนที่ไปยังห่วงประตู เพื่อทำคะแนน 2. การยัดห่วง (Dunking) ![]() 1) ถ้าอยู่ใต้แป้นด้านซ้าย ให้เล็งที่เส้นข้างด้านซ้าย 2) ถ้าอยู่ใต้แป้นด้านขวา ให้เล็งที่เส้นข้างด้านขวา 3) ถ้ายิงตรงจุดกลางประตู ให้เล็งที่เส้นบนของรูปสี่เหลี่ยม 4.2 มุมที่ลูกเข้าห่วงประตู การเล็งเป้าหมาย ห่วงประตูของบาสเกตบอลตั้งสูงกว่าพื้นสนามขึ้นไป ประมาณ3.05 เมตร ซึ่งการที่จะยิงลูกลงห่วงนี้ก็จะต้องยิงให้เป็นวิถีโค้ง คือ ให้สูงกว่าห่วง จุดนั้นจึงจะลงห่วง ฉะนั้นในการเล็งเป้าหมายของห่วงประตูก็จะต้องมีกฎเกณฑ์ในการเล็ง คือ ห่วงประตูทั้งหมดจะต้องมีมุมยิง 180 องศา ในการเล็งเราจะแบ่งการเล็งออกเป็น 3 ระยะ คือ 4.2.1 ระยะ 15 องศา ใช้การเล็งด้วยการอาศัยขอบห่วงประตูด้านตรงข้ามเป็นเป้าหมาย 4.2.2 ระยะ 30 องศา ใช้การเล็งด้วยการอาศัยแป้นกระดานหลังเป็นเป้าหมาย 4.2.3 ระยะ 45 องศา ใช้การเล็งด้วยการอาศัยขอบห่วงประตูด้านตรงข้ามเป็นเป้าหมาย ![]() ![]() หลักกลศาสตร์ของการยิงประตูทุกชนิด มีดังนี้ 1. เป้าสายตา (Sight) หมายถึง การกำหนดเป้าจากการมองของผู้ยิงประตูปกติจะกำหนดด้วยการมองห่วง ประตูตลอดเวลาโดยเล็งเหนือ และเลยขอบห่วงด้านหน้ายกเว้นการยิงกระทบแป้นเพื่อทำมุมกับห่วงประตู ประมาณ 45 องศา ซึ่งกรณีนี้จะเล็งที่มุมบนของรูปสี่เหลี่ยมบนกระดานหลังข้างที่กระทบแป้นลูกบอล ณ จังหวะที่แขนเหยียดสูงสุดอยู่ข้างหน้าผู้ยิงประตู ส่วนอีกมือจะประคองลูกบอลจนกระทั่งจังหวะที่ปล่อยลูกบอล เพื่อยิงประตู จะส่งแรงมากน้อยเพียงใดต่อลูกบอลนั้นขึ้นอยู่กับระยะทางที่ยิงประตูถ้าอยู่ในระยะใกล้ๆ ก็ใช้แรงจากแขน ข้อมือและนิ้วมือ แต่ถ้าระยะไกลจะต้องใช้แรงมาจากการส่งแรงของขา ลำตัว(หลัง)และไหล่ ต่อแขน ข้อมือ และนิ้วมือ การยิงระยะไกลยังต้องอาศัยจังหวะที่นิ่มนวลและส่งแรงตามตลอดด้วย ในกรณีการ กระโดด ยิงประตูระยะใกล้ จะใช้จังหวะการยิงประตูเมื่อกระโดดได้สูงสุดแล้ว และส่งแรงจากแขน ข้อมือ และนิ้วมือ ส่วนการยิงประตูมือเดียวจะยกลูกบอลขึ้นด้วยจังหวะต่อเนื่องของการเหยียดขา ลำตัว และไหล่ 2. การส่งแรงตาม (Follow Through) การส่งแรงตาม หมายถึง การยังส่งแรงกระทำกิจกรรมนั้นต่อเนื่อง อยู่จนจบขั้นตอนของทักษะโดยไม่หยุดชะงักกลางคัน การส่งแรงตามจึงทำให้มีการต่อเนื่องของขั้นตอนการ ปฏิบัติทักษะ และมีผลดีกว่าการไม่ส่งแรงตาม ทักษะการยิงประตู ![]() 1.2 การยืนยิงประตูแบบสองมือเหนือศีรษะ (Two Hands Overhead Set Shot) มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.2.1 ยืนแยกเท้ากว้างระดับไหล่ ปลายเท้าเสมอกัน หรือเหลื่อมกันเล็กน้อยก็ได้ 1.2.2 ใช้นิ้วจับข้างลูกบอลทั้งสองมือ นิ้วกางออก ปลายนิ้วหัวแม่มือหันเฉียงขึ้น ชูลูกบอลขึ้น เหนือศีรษะ งอศอก หงายข้อมือ รองใต้ลูกบอลหรือประคองด้านข้าง 1.2.3 ตามองที่ขอบห่วง ณ จุดใกล้ตาที่สุด 1.2.4 ตวัดลูกบอลด้วยข้อมือและปลายนิ้วมือ เหยียดข้อศอกเหยียดเข่าและปลายเท้าเพื่อเพิ่มแรงส่ง 1.2.5 บังคับให้วิถีลูกบอลโค้งปานกลาง ย้อยลงห่วงประตู
1.3 การยืนยิงประตูแบบสองมือระดับอก (Two Hands Set Shot) มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.3.1 ยืนแยกเท้าเท่าช่วงสะโพก ปลายเท้าเสมอกัน หรือเหลื่อมกันเล็กน้อยก็ได้ ![]() 2.1 การกระโดดยิงประตูแบบมือเดียว (7-6) ความมุ่งหมายของการกระโดดยิงประตูก็คือ ผู้ยิงต้องการจะให้ได้ความสูงเพิ่มขึ้น จะได้พ้นจากการถูก ปัดลูกจากฝ่ายป้องกันและเพื่อความแม่นยำขึ้นอีก โดยเฉพาะผู้ที่กระโดดได้สูงโอกาสที่ใช้การกระโดดยิงประตูอยู่กับที่บ่อยครั้ง ที่สุดคือขณะที่ฝ่ายป้องกันตั้งรับแบบเป็นเขต(Zone) อย่างเหนียวแน่นจนไม่สามารถรุกโจมตี เข้าถึงเขตฝ่ายป้องกันได้การกระโดดยิงประตูแบบมือเดียวมีวิธีปฏิบัติดังนี้ 2.1.1 ตามองที่ขอบห่วง ณ จุดใกล้ตาที่สุด 2.1.2 จับบอลมาไว้หน้าลำตัวด้วยมือทั้งสองข้าง 2.1.3 ยืนปลายเท้าเสมอกันหรือเหลื่อมกันเล็กน้อย โดยเท้าขวาควรอยู่ด้านหน้า 2.1.4 กระโดดถีบตัวขึ้นเต็มที่พร้อมทั้งยกบอลชูขึ้นเหนือหน้าฝากด้วยมือขวา ซึ่งรองรับอยู่ด้านใต้ หลังลูก หงายข้อมือขึ้น มือซ้ายช่วยประคองลูก อยู่ด้านข้างลูกบอลหรือใต้ลูกบอลด้านหน้า 2.1.5 เมื่อกระโดดลอยตัวถึงจุดสูงสุด จะปล่อยมือซ้ายออกพร้อมเหยียดศอก สะบัดข้อมือส่งลูก บอลออกไปด้วยกำลังของข้อมือขวา และปลายนิ้วบังคับให้ลูกบอลหมุนกลับเหยียดแขนตามลูกบอลไป 2.1.6 ถ้ายิงไกลห่วงต้องบังคับให้วิถีลูกโค้งย้อยปานกลางถ้าใกล้ห่วงประตูควรใช้วิธีกระทบกระดาน หลัง หมายเหตุ การกระโดด ยิงประตูด้วยมือซ้ายปฏิบัติตรงข้ามกับมือขวา ![]() 2.2 การวิ่งกระโดดยิงประตู (Lay up Shot) ![]() 3. การยิงประตูแบบตวัดมือ (Hook Shot) เพื่อการยิงลูกให้ได้ผลดี ความเร็ว จังหวะ และความสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญ ดยมีวิธีปฏิบัติคือ ก้าวเท้าซ้าย ให้เต็มก้าวพร้อมกับกระโดดขึ้นให้สูง ตามองดูห่วงประตู ครอบครองลูกให้ดี ใช้มือขวาตวัดลูกไปสู่ห่วงประตู บังคับลูกให้ออกทางปลายนิ้ว มืออย่าให้ออกทางด้านข้างมือ มือซ้ายยกสูงขึ้นเพื่อป้องกันการปัดลูกจากคู่ต่อสู้ ลงพื้น ในท่าการทรงตัวเพื่อแย่งลูกต่อไป ![]() ![]() การหมุนตัวยิงประตู (Turn Shot) การหมุนตัวยิงประตูเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นฝ่ายรุกครอบครองลูกบอลใกล้ห่วงประตูและมีฝ่ายป้องกันมาทำการป้องกัน ผู้เล่นสามารถใช้วิธีหมุนตัวเพื่อยิงประตูได้ การยิงประตูอาจจะใช้วิธีคว่ำมือหรือหงายมือก็ได้ มีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 1. เริ่มจากผู้เล่นครอบครองบอล ใช้เท้าตรงข้ามเท้าหลัก ก้าวหมุนตัวหลบหลีกผู้ป้องกัน 2. กระโดดขึ้นยิงประตูด้วยวิธีคว่ำมือ หงายมือ หรือด้วยลูกตวัด ![]() การปัดลูกยิงประตู (Tap the Ball for Shooting) ![]() การปัดลูกยิงประตู เป็นการใช้แรงจากมือเดียวหรือสองมือกระทำต่อลูกบอล ซึ่งเป็นการปัดหรือกระทบ ลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปยังห่วงประตู การปัดลูกยิงประตูเป็นการกระโดดยิงประตูซ้ำหลังจากฝ่ายรุกยิงประตูไม่ลง ห่วงแล้วลูกบอลกระดอนออกมา ฝ่ายรุกที่ติดตามเข้าไป กระโดดปัดให้ลงห่วงประตู มีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 1. เมื่อมีการยิงประตู ฝ่ายรุกต้องติดตามบอลเพื่อกระโดดแย่งลูกบอล 2. ถ้าลูกไม่ลงประตู ฝ่ายรุกต้องกระโดดปัดลูกบอลเพื่อให้ลงห่วงประตู คือการใช้แรงจากมือเดียว หรือ สองมือกระทำต่อลูกบอล ซึ่งเป็น การปัดหรือกระทบลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปยังห่วงประตู ![]() สรุปหลักการยิงประตู หลักการยิงประตูมีดังนี้ 1. การยิงประตูสายตาต้องจับอยู่ที่ห่วงประตูและที่เส้นสี่เหลี่ยมเล็กของแป้นประตู 2. รู้จักการส่งแรงในการปล่อยลูกบอลเพื่อยิงประตูควรยิงประตูโดยให้ลูกบอลวิ่งลอยเป็นวิถีโค้งและลูกบอล หมุนกลับ เล็กน้อย เพื่อช่วยให้ลูกบอลลงห่วงได้ง่าย ขึ้น 3. ควรรักษาการทรงตัวให้ดีในขณะที่ยิงประตูหรือยิงประตูไปแล้วก็ตาม และพร้อมที่จะ ติดตามลูกบอล ที่ยิงออกไปเมื่อลูกไม่ลงห่วง 4. มีความมั่นใจในการยิงประตูออกไปเมื่อลูกไม่ลงห่วง 5. ควรได้รับการฝึกหัดที่ถูกต้องและอย่างสม่ำเสมอ 6. ขณะยิงประตูต้องสามารถเปลี่ยนจังหวะการยิงประตูได้ เช่น ทิ้งจังหวะให้ช้าลงหรือเล็งจังหวะการยิง ประตูให้เร็วขึ้นได้ 7. ขณะยิงประตูต้องสามารถเปลี่ยนเป็นทักษะอื่นได้ เช่น ทำท่ายิงประตูแล้วเปลี่ยนเป็นส่งลูกบอลแทน หรือเลี้ยงลูกบอลต่อไป หรือหลอกล่อคู่ต่อสู้ก่อนแล้วยิงประตู 8. ควรมีความสามารถในการยิงประตูได้หลายแบบหลายวิธี เช่น ยืนยิงประตู กระโดดยิงประตู 9. การก้าวเท้ายิงประตู ควรมีความสามารถยิงประตูให้ลูกบอลลงห่วงประตูทุกครั้ง ในขณะที่ไม่มีคู่ต่อสู้ ป้องกัน 10. ต้องมีสมรรถภาพทางกายดี โดยเฉพาะความแข็งแรงของมือ แขน หัวไหล่ ขา และกล้ามเนื้อท้อง แบบฝึกการยิงประตู แบบฝึกที่ 1 แบบกรรไกรสองแถว ![]() 1. ตั้งแถวสองแถวชิดเส้นข้างทั้งสองแถว 2. (1) เลี้ยงลูกเข้าไปที่เส้นโยนโทษ (2) วิ่งตามตัดหน้า (1) 3. ขณะเดียวกัน (5) ก็วิ่งตัดหน้า (1) 4. (1) เลือกการส่งบอล ให้ (2) หรือ (5) เพื่อยิงประตู แบบฝึกที่ 2 แบบบังยิงประตู
1. ตั้งแถวสองแถวดังรูป 2. (4) วิ่งเข้ารับลูกจาก (1) ตรงเส้นโยนโทษ 3. (4) หันหลังให้ห่วงประตูแล้วส่งลูกให้ (1) เพื่อยิงประตู 4. (4) รับลูกแล้วส่งกลับมาให้ (2) แล้ววิ่งมาต่อท้ายแถวทางขวา 5. (1) วิ่งมาต่อท้ายแถวทางด้านซ้าย แบบฝึกที่ 3 แบบกรรไกร
1. ตั้งแถวตอนสามแถวดังรูป 2. (1) ส่งลูกบอลให้ (4) แล้ววิ่งตัดหน้า (4) ขณะเดียวกัน (7) วิ่งตัดหน้า (4) แต่ต้องให้ (1) ตัดหน้า ไปก่อน 3. (4) ส่งลูกบอลให้ (1) หรือ (7) ยิงประตู 4. (7) ไปต่อท้ายแถวที่ยืนอยู่ในหัวกะโหลก 5. (1) วิ่งมาต่อท้ายแถวทางด้านซ้าย (4) วิ่งมาต่อท้ายแถวทางด้านขวา 6. (1) หรือ (7) ที่ไม่ได้ยิงประตูคอยรับลูกแล้วส่งให้คนต่อไปที่ถัดจาก (4) แบบฝึกที่ 1 จับคู่ยิงประตูใต้ห่วง วิธีปฏิบัติ 1. ให้ผู้ฝึกจับคู่กัน คนหนึ่งเป็นผู้ยิงประตู อีกคนหนึ่งเป็นผู้เก็บลูกบอล 2. ผู้ยิงประตูสามารถเคลื่อนที่ไป ณ.จุดใดก็ได้ใต้ห่วงประตูโดยคู่จะต้องเก็บลูกบอลแล้วส่งให้ตามจุดที่ผู้ยิงประตู เคลื่อนที่ไป เช่น เก็บลูกบอลส่งให้ 3. ปฏิบัติเช่นนี้ 5 - 10 ครั้งแล้วเปลี่ยนกัน
วิธีปฏิบัติ 1. ให้ผู้ฝึกแต่ละกลุ่มแบ่งเป็นแถวตอน สองแถวเท่าๆกันหน้าเส้นโยนโทษ 2. ใช้ลูกบอลแถวละ 1 ลูก เริ่มเล่นจากคนที่ 1 ของ แต่ละแถวยิงประตู เมื่อยิงประตูแล้ว ให้วิ่งไปเก็บลูกบอล แล้วส่งให้คนที่ 2 จากนั้นไปต่อท้ายแถว 3. คนที่ 2 ปฏิบัติเช่นเดียวกับคนที่ 1 จนครบทุกคน
วิธีปฏิบัติ 1. ให้ผู้ฝึกแต่ละกลุ่มแบ่งเป็นแถวตอน สองแถวเท่าๆกันหน้าเส้นโยนโทษ 2. ใช้ลูกบอลแถวละ 1 ลูก เริ่มเล่นจากคนที่ 1 ของแต่ละแถวเลี้ยงลูกบอลไปยิงประตู ใต้แป้นคนละ 1 ครั้ง เมื่อยิงประตูแล้วให้เก็บลูกบอลส่งให้คนที่ 2 จากนั้นไปต่อท้ายแถว 3. คนที่ 2 ปฏิบัติเช่นเดียวกับคนที่ 1 จนครบทุกคน วิธีปฏิบัติ 1. ให้ผู้ฝึกแต่ละกลุ่มแบ่งเป็นแถวตอน สองแถวเท่าๆกันหน้าเส้นโยนโทษ 2. ใช้ลูกบอลแถวละ 1 ลูก เริ่มเล่นจากคนที่ 1 ของแต่ละแถวเลี้ยงลูกบอลไปยิงประตูใต้แป้นต้องยิงจนกว่าลูกบอลจะลงห่วง เมื่อยิงลูกบอลลงห่วงแล้ว ให้ เก็บลูกบอลส่งให้คนที่ 2 จากนั้นไปต่อท้ายแถว 3. คนที่ 2 ปฏิบัติเช่นเดียวกับคนที่ 1 จนครบทุกคน
ทักษะการก้าวเท้ายิงประตู ![]() แบบฝึกที่ 4 เลี้ยงลูกบอลอ้อมหลักก้าวเท้ายิงประตู วิธีปฏิบัติ 1. ผู้ฝึกตั้งแถวตอนที่หลังเส้นหลัง ด้ายซ้าย หรือด้านขวาของแป้นบาส 2. ผู้ฝึกคนแรก ( หมายเลข 1 )เลี้ยงลูกบอลไปอ้อมหลักแล้วก้าวเท้ายิงประตู (Lay up shot)เมื่อยิงประตูแล้ว ให้เก็บลูกบอลส่งให้คนที่ 2( หมายเลข 2 ) จากนั้น ไปต่อท้ายแถว 3. ผู้ฝึกคนที่ 2 ( หมายเลข 2 ) และคนต่อๆไป ให้ปฏิบัติเหมือนกับผู้ฝึกคนแรก
แบบฝึกที่ 5 เลี้ยงลูกบอลก้าวเท้ายิงประตู
แหล่งค้นคว้า
![]()
|