
|
พันธะไอออนิก เป็นพันธะที่เกิดจากแรงกระทำระหว่างอะตอม 2 อะตอมที่มีประจุต่างกัน โดยจะเกิดการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน ภาพแสดงการเกิดพันธะไอออนิกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์
พันธะไอออนิกจะเกิดจากการที่โลหะ (โซเดียม) ให้อิเล็กตรอนแก่อโลหะ (คลอรีน) อะตอมของอโลหะกลายเป็นไอออนลบ (คลอไรด์ไอออน Cl-) อะตอมของโลหะกลายเป็นไอออนบวก (โซเดียมไอออน Na+)
ลักษณะสำคัญของพันธะไอออนิก 1. พันธะไอออนิกเป็นพันธะเคมีที่เกิดจากไอออนของโลหะ + ไอออน ของอโลหะ เช่น NaCl, MgO, KI แต่อะตอมของโลหะบางชนิด เช่น Be สามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์
6. เมื่อทุบผลึกของสารไอออนิก จะเกิดการเลื่อนไถลของไอออนไปตามระนาบผลึก เป็นผลให้ไอออนชนิดเดียวกันเลื่อนไปอยู่ตรงกัน จึงเกิดแรงผลักระหว่างไอออน ทำให้ผลึกแตกออก
7. พันธะไอออนิก อาจเป็นพันธะเคมีที่เกิดจากไอออนบวกที่เป็นกลุ่มอะตอมของอโลหะ กับไอออนลบของอโลหะ เช่น
หลักการเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิก มีดังนี้ 1. เขียนไอออนบวก หรือกลุ่มไอออนบวกไว้ข้างหน้า ตามด้วยไอออนลบหรือกลุ่มไอออนลบ ยกเว้นสารประกอบแอซิเตต (CH3COO–) จะเขียนกลุ่มไอออนลบไว้ก่อนแล้วตามด้วยไอออนบวก เช่น CH3COONa, (CH3COO)2Ca ไอออนบวกของธาตุกลุ่ม A
ไอออนบวกของธาตุกลุ่ม B
ไอออนลบ
กลุ่มไอออนลบ
ตัวอย่างการเขียนสูตรและอ่านชื่อ สารประกอบไอออนิก ประเภทที่ 1 ; ไอออนบวก รวมกับไอออนลบ ประเภทที่ 2 ; ไอออนบวก รวมกับกลุ่มไอออนลบ ประเภทที่ 3 ; ไอออนบวกแทรนสิชัน รวมกับไอออนลบหรือกลุ่มไอออนลบ พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก ในการเกิดสารประกอบไอออนิก จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายขั้นตอนย่อยๆ และแต่ละขั้นตอนย่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน เช่น การเกิดโซเดียมคลอไรด์ Na (s) + 1/2 Cl2 (g) ---> NaCl (s) การเกิด NaCl มีขั้นตอนต่างๆ และพลังงานเกี่ยวข้องดังนี้ ขั้นที่ 1 ( Na (s) ---> Na (g) ขั้นที่ 2 ( 1/2 Cl2 ---> Cl (g) ขั้นที่ 3 ( Na (g) ---> Na+ (g) + e- ขั้นที่ 4 ( Cl2 + e- ---> Cl- (g) ขั้นที่ 5 ( Na+ (g) + Cl- (g) ---> NaCl (s) เมื่อรวมขั้นที่ 1 ถึง 5 เข้าด้วยกันจะได้ Na (s) + 1/2 Cl2 (g) ---> NaCl (s) แสดงว่าการเกิด NaCl เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน เขียนแผนภาพ แสดงขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพลังงานต่าง ๆ ในการเกิดสารประกอบไอออนิกได้ดังนี้
ในการเกิดสารประกอบไอออนิกจากโลหะและอโลหะนั้น จะมีพลังงานเกี่ยวข้อง 2 แบบ คือ ขั้นที่ 1, 2, 3 เป็นแบบดูดพลังงาน ส่วนขั้นตอนที่ 4 และ 5 เป็นแบบคายพลังงาน ดังนั้น พลังงานในการเกิด NaCl ( = (+109) + (+121) + (+494) + (-347) + (-787) = -410 kJ/mol ตัวอย่าง การเกิด NaCl มีพลังงาน 5 ขั้นตอน ดังนี้
ตัวอย่าง จงเขียนปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในการเกิดสารประกอบไอออนิกจากธาตุที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 1) โพแทสเซียมกับฟลูออรีน พลังงานกับการละลายสารประกอบไอออนิก ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ผลึกสารประกอบไอออนิกดูดพลังงาน และแตกตัวเป็นไอออนในสภาวะก๊าซ เรียกพลังงานนี้ว่า พลังงานแลตทิซ (Lattice energy) AB (s) ---> A+ (g) + B- (g) ขั้นที่ 2 ไอออน A+(g) + B-(g) ตัวอย่าง การละลายน้ำของ NaCl ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ผลึกสารประกอบไอออนิกแตกตัวเป็นไอออนในสภาวะก๊าซ ซึ่งมีการดูดพลังงานเพื่อสลายพันธะไอออนิกระหว่าง Na+ กับ Cl- ออกจากกันเป็นไอออนในสภาวะก๊าซ พลังงานนี้มีค่าเท่ากับ พลังงานแลตทิซ (Lattice energy) ใช้สัญลักษณ์ย่อว่า NaCl (s) ---> Na+ (g) + Cl- (g) ; ขั้นที่ 2 ไอออนที่เป็นก๊าซจะถูกน้ำล้อมรอบเกิดไฮเดรตมีการคายพลังงานออกมา เรียกพลังงานนี้ว่า พลังงานไฮเดรชัน (Hydration energy) ใช้สัญลักษณ์ย่อว่า Hhyd Na+(g) + Cl-(g) รวมขั้นที่ 1 และ 2 เข้าด้วยกันจะได้ NaCl (s) ถ้า
ภาพแสดงการละลายน้ำของ NaCl
ภาพแสดงขั้นตอนการละลายน้ำของของ CuSO4
ความสามารถในการละลายของสาร คือ ความสามารถของสารที่ละลายในตัวทำละลายจนอิ่มตัว แต่ความสามารถในการละลายของสารประกอบไอออนิก จะมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและชนิดของสาร สำหรับการบอกความสามารถในการละลาย โดยมากมักจะบอกได้ ดังนี้ - ตัวถูกละลาย < 0.1 g/H2O 100g ที่ 25 ๐C = แสดงว่าไม่ละลาย - ตัวถูกละลาย 0.1 ถึง 1 g/H2O 100g ที่ 25 ๐C = แสดงว่าไม่ละลาย - ตัวถูกละลาย > 1 g/H2O 100g ที่ 25 ๐C = แสดงว่าละลายได้บางส่วน
สารประกอบไอออนิกที่ละลายน้ำได้ ได้แก่ 1. สารประกอบของโลหะหมู่ IA สารประกอบไอออนิกที่ไม่ละลายน้ำ ได้แก่ 1. สารประกอบออกไซด์ ซัลไฟด์ และไฮดรอกไซด์ของโลหะ (ยกเว้น โลหะหมู่ IA และ Ca2+, Sr2+, Ba2+) สมการไอออนิก สมการไอออนิก คือ สมการที่แสดงไอออนอิสระของสารประกอบไอออนิกในสารละลายครบทุกชนิด หลักการเขียนสมการไอออนิก 1. ให้เขียนเฉพาะส่วนไอออนหรือโมเลกุลของสารทำปฏิกิริยากันเท่านั้น
1. จงเขียนสูตร และอ่านชื่อสารประกอบไอออนิกที่เกิดจาการรวมตัวระหว่างธาตุต่อไปนี้ 2. จงเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ 3. จงเรียกชื่อสารประกอบต่อไปนี้ 4. แผนภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิด LiF (s) 1 โมล ดังนี้
|