
ครอบครองหรือการถือลูกบาสเกตบอลที่ดีควรถืออยู่ในระดับอก และเพื่อให้ผู้ฝึกได้สัมผัสลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ควรสร้างความคุ้นเคยกับลูกบาสเกตบอล ด้วยกิจกรรมและแบบฝึกต่างๆ ทักษะการส่ง-รับเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้การเล่นกีฬาบาสเกตบอล เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าผู้เล่น สามารถครอบครอง ลูกบาสเกตบอลได้นานกว่าฝ่ายตรงข้าม มีการส่ง-รับ ที่รวดเร็ว แม่นยำ ถูกทิศทาง ย่อมเป็นการ ได้เปรียบ ในการเล่น และการทำประตู ![]() ทักษะการเลี้ยงลูกบาสเกตบอล ![]() เป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้การเล่นกีฬาบาสเกตบอลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าผู้เล่นสามารถครองลูกบาสเกตบอลได้นานกว่าฝ่ายตรงข้ามมีการเลี้ยงลูกบาสเกตบอลได้อย่างรวดเร็วย่อมเป็นการได้เปรียบใน การเล่น และการทำประตู ![]() การครอบครองลูกบาสเกตบอล (Ball Control) ![]() การครอบครองลูกบาสเกตบอล หมายถึง การถือ การรับ การส่ง และการเลี้ยงลูกบอล ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญ ประการหนึ่งในการเล่นบาสเกตบอล เพราะตลอดเวลาของการเล่นผู้เล่นทุกคนจะต้องพยายามครอบครองลูกบอล เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน ฉะนั้นถ้าผู้เล่นมีทักษะส่วนบุคคลในการครอบครองลูกดี จะทำให้การเล่นทีม อันเป็นผลสืบเนื่องจาก ทักษะส่วนบุคคลดีไปด้วย และการที่ได้เป็นฝ่ายครอบครองลูกบอลนั้น จะเป็นวิธีการป้องกันฝ่ายตรง ข้ามในการทำประตู ที่ดีที่สุด ย่อมได้เปรียบในการเล่นและสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย การถือลูกบอล (Ball Handling) ![]() การถือลูกบอล คือ การใช้มือทั้งสองจับลูกบอลไว้ ให้นิ้วกางออก นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่หลังลูก ส่วนนิ้วอื่นๆ อยู่ทาง ด้านข้างของลูก ให้ลูกบอลอยู่ที่โคนนิ้วใช้ปลายนิ้วบังคับลูกและให้อยู่ที่ระดับอก เพราะเป็นตำแหน่งที่สามารถจะส่ง เลี้ยง ลูกบอล หรือขึ้นยิงประตูได้ดี และเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมในการป้องกันลูกบอลจากการถูกฝ่ายตรงข้ามแย่งลูกบอลอีกด้วย ฉะนั้น การครอบครองลูกบอลถือเป็นรากฐานสำคัญอย่างหนึ่งในการเล่นบาสเกตบอล ผู้สอนควรให้ผู้เรียน ได้ฝึก ปฏิบัติในการครอบครองลูกบอลให้ชำนาญ การครอบครองสามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1. การครอบครองบอลขณะอยู่กับที่ คือ กางนิ้วมือออกให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างอยู่ด้านหลังลูกบอลค่อนไปทาง ด้านบนเล็กน้อย และให้สัมผัสไปตามพื้นผิวของลูก กางข้อศอกเล็กน้อยใช้ปลายนิ้วบังคับลูกบอลอย่าใช้อุ้งมือจับลูก และให้ลูกบอลอยู่ระดับอกเพราะสามารถส่งหรือเลี้ยงลูกบอลได้ดี และที่สำคัญเป็นตำแหน่งที่สามารถป้องกันลูกบอล จากการถูกฝ่ายตรงข้ามแย่ง 2. การครอบครองบอลขณะเคลื่อนที่ เมื่อผู้เล่นได้ลูกบอลแล้วก็สามารถเปลี่ยนตำแหน่งการจับลูกบอลได้ตลอดเวลา เช่น การส่งลูกบอลให้เพื่อนร่วมทีม การเข้ายิงประตู และการเลี้ยงลูกบอล โดยไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่งลูก ดังนั้นผู้เล่น ควรที่จะปฏิบัติในการหลบหลีกคู่ต่อสู้ ให้ได้ อาจใช้วิธีดังนี้ 2.1 ผู้เล่นดึงลูกบอลให้อยู่ใกล้เท้าหลังให้เท้าที่เป็นเท้าหลักอยู่ด้านหน้า กางข้อศอกออกเล็กน้อยสายตาดูฝ่ายตรงข้าม 2.2 ก้าวเท้าไปข้างหน้าให้สวนทางกับคู่ต่อสู้ โดยให้เยื้องไปทางขวาหรือทางซ้ายเล็กน้อย และขณะที่ฝ่ายตรงข้าม จะเข้ามาแย่งลูกบอลให้ลูกบอลอยู่ใกล้เท้าหลัง และก้าวเท้าตัดเฉียงไปด้านหน้า ตรงข้ามกับทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่ง พร้อมกับใช้ลำตัวบัง และขณะ ก้าวเท้าให้ลูกบอลอยู่ระดับอกหรืออาจยกข้ามศีรษะก็ได้ วิธีนี้อาจใช้ในช่วงแรกเท่านั้น 2.3 การก้าวเท้าหมุนตัวถอย คือ การก้าวเท้าที่อยู่ใกล้ลูกบอลถอยหลังเป็นรูปครึ่งวงกลมโดยใช้เท้าที่เป็นเท้าหลัก เป็นจุดหมุนและให้ลูกบอลอยู่ระดับอก เพื่อป้องกันการแย่งลูกของฝ่ายตรงข้าม และให้ผู้เล่นถือลูกบอล เลี้ยงหนีหรือเข้ายิง ประตูได้ง่าย ![]() ทักษะการครอบครองและการสร้างความคุ้นเคยกับลูกบาสเกตบอล![]() วิธีปฏิบัติ 1. ยืนแบบเท้าคู่ หรือเท้านำเท้าตาม 2. ย่อเข่า สะโพก ต่ำลง ก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย 3. กางนิ้วมือออก สันมือทั้งสองเข้าหากันคล้ายรูปถ้วย 4. นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่ด้านหลังลูกบอลค่อนไปทางด้านบนเล็กน้อย และให้สัมผัสไปตามผิวของลูกบอล 5. ข้อศอกกางออกเล็กน้อย 6. ใช้ปลายนิ้วบังคับลูกบอล ไม่ใช้อุ้งมือ 7. ถือลูกบอลให้อยู่ระดับอก การสร้างความคุ้นเคยกับลูกบาสเกตบอล![]() ก่อนที่ครูผู้สอนหรือผู้ฝึกจะต้องดำเนินการสอนทักษะในขั้นต่อไป ควรให้นักเรียนหรือผู้เข้ารับการฝึกเกิดความคุ้นเคย กับลูกบาสเกตบอล ในเรื่องการถือและการจับลูกบอลเสียก่อน เพื่อที่จะนำไปสู่ทักษะขั้นต่อไป ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 1. การส่งลูกบาสเกตบอลไปรอบๆ ขาของตัวเอง มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.1 ยืนแยกเท้าประมาณช่วงไหล่ หรือกว่านั้นเล็กน้อย ย่อตัวลงพอสมควรมือถือลูกบอลอยู่ข้างหน้า 1.2 ให้ส่งลูกบอลมือต่อมือไปรอบๆ ขาของตัวเอง ทั้งขาซ้ายและขาขวา ![]() 2.1 ยืนแยกขาประมาณช่วงไหล่ ย่อตัวลงพอสมควร มือถือลูกอยู่ข้างหน้า 2.2 ให้ส่งลูกบอลมือต่อมือลอดไประหว่างขาของตนเองในลักษณะหมุนเป็นเลขแปด ![]() 3.1 ยืนแยกเท้าประมาณช่วงไหล่ ย่อตัวลง มือถือลูกบอลอยู่ข้างหน้า 3.2 ให้ส่งลูกบอลรอบตัวเองโดยเริ่มจากข้อเท้าก่อน แล้วเลื่อนให้สูงขึ้นจนถึงศีรษะ
4. การส่งลูกบาสเกตบอลลอดขาไปทางด้านหลัง มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 4.1 ยืนแยกเท้าประมาณช่วงไหล่ย่อตัวลง มือถือลูกบอลสองมือเหนือศีรษะ 4.2 ก้มตัวลง ส่งลูกบาสเกตบอลด้วยสองมือให้ลอดขาไปทางด้านหลังให้ลูกสูงขึ้นแล้วหมุนตัวไปรับลูกบอล อย่าให้ลูกตกพื้น
5.1 ยืนแยกเท้าประมาณช่วงไหล่ ย่อตัวลง มือถือลูกบอลอยู่ข้างหน้า 5.2 เลี้ยงลูกบอลผ่านขาไปข้างหน้า ไปข้างหลัง ให้เป็นลักษณะเลขแปด
6. การส่งลูกบาสเกตบอลกระทบพื้น มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 6.1 ยืนตรงแยกเท้าออกประมาณเท่าช่วงไหล่ มือถือลูกบอลเหยียดไปข้างหน้า 6.2 ส่งลูกบอลกระทบพื้นให้ลอดขาแล้วหมุนตัวจับลูกไว้
7. การปัดลูกบาสเกตบอลกระทบฝาผนัง มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 7.1 ยืนตรงแยกเท้าพอประมาณ มือถือลูกบอลเหยียดขึ้นไปเหนือศีรษะ 7.2 ยืนปัดลูกบอลกระทบฝาผนังติดต่อกัน
8. การส่งลูกบาสเกตบอลลูกกระดอนลอดขาหน้า-หลังมีวิธีปฏิบัติดังนี้ 8.1 ยืนตรงแยกเท้าออกประมาณเท่าช่วงไหล่ มือถือลูกบอลไว้ข้างหน้า 8.2 ส่งลูกบอลกระทบพื้นให้กระดอนแล้วลอดขาไปข้างหลัง 8.3 ผลักแขนไปข้างหลังเพื่อไปจับลูกบอลไว้
ความสำคัญของการรับและการส่งลูกบาสเกตบอล![]() การที่จะได้มาซึ่งชัยชนะในกีฬาบาสเกตบอล เป็นเรื่องของการฝึกทักษะพื้นฐานให้ดีเสียก่อนการรับและ การส่งลูกบาสเกตบอล เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นที่ผู้เล่นจะต้องให้ความสำคัญก่อนที่จะถึงทักษะการยิงประตู เพราะถ้า รับและส่งลูกไม่ได้ผลการยิงประตูก็จะไม่ได้ผลเช่นกัน ดังนั้นการรับและ การส่งลูกบาสเกตบอลจึงเป็นทักษะเบื้องต้น ที่สัมพันธ์และต่อเนื่องกัน การส่งลูกที่ดีคือการส่งลูกที่ทำให้ผู้รับสามารถรับได้ง่ายและผู้รับก็สามารถที่จะดำเนินการกระทำ ต่อไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วด้วย การส่งลูกบาสเกตบอลมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละแบบมีจุดมุ่งหมายต่างกัน เช่น การส่งลูกผ่านคู่ต่อสู้ในระดับสูง ควรใช้การส่งแบบสองมือเหนือศีรษะการส่งลูกบอลในระยะไกลควรใช้การส่งแบบมือเดียวเหนือไหล่การส่งลูกบอลในระยะ กระชั้นชิดควรส่งแบบลูกพลิกแพลง ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์และทักษะส่วนบุคคล เป็นต้น วิธีของการส่งลูกและรับลูกบาสเกตบอลเท่าที่นักกีฬาส่งให้กันในระหว่างแข่งขันมีอยู่หลายวิธีนักกีฬาก็สามารถใช้ ทักษะนั้นได้ตลอดเวลาซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ดังนั้นผู้ฝึกสอนและผู้เล่นควร ฝึกฝนทักษะการรับและส่งลูกบาสเกตบอลให้ ชำนาญ เพื่อทำให้ทีมมีโอกาสประสบผลสำเร็จต่อไป
การรับลูกบาสเกตบอล![]() การรับลูกบาสเกตบอลเป็นการที่ผู้เล่นได้ครอบครองลูกบอล ก่อนที่จะส่งให้เพื่อนร่วมทีมหรือยิงประตูซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเล่นบาสเกตบอล ซึ่งผู้ฝึกสอนจะต้องให้ผู้เล่นรู้จักรับลูกบาสเกตได้ในทุกสถานการณ์ วิธีการรับลูกบาสเกตบอลนั้นตาจะต้องมองดูเสมอ ใช้มือทั้งสองจับลูกบอลซึ่งต้องกะระยะ ความเร็วและระดับความ สูงต่ำของลูก และต้องยืนในท่าทรงตัวเสมอเพื่อการเคลื่อนไหวต่อไป วิถีของลูกบอลที่ลอยมายังผู้รับถ้าจะแยกระดับของลูกที่ลอยมาย่อมแบ่งได้ 3 ตำแหน่ง คือ 1. ระดับต่ำ คือ ระดับที่ต่ำกว่าสะโพกลงไป 2. ระดับกลาง คือ ระดับที่เหนือสะโพกขึ้นไปจนถึงศีรษะ 3. ระดับสูง คือ ระดับสูงกว่าศีรษะ การรับลูกทั้ง 3 วิธี มีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 1. ยืนทรงตัวแบบเท้าคู่หรือเท้านำเท้าตาม 2. หันหน้าไปหาลูกบอล ตามองลูกบอล 3. กะระยะความเร็วและทิศทางความสูงของลูกบอล 4. เคลื่อนที่เข้าหาลูกบอล 5. เหยียดแขนทั้งสองข้างไปหาลูกบอล 6. เมื่อลูกบอลสัมผัสมือให้ผ่อนแรงเข้าหาลำตัว 7. ดึงมาไว้ที่หน้าอก ข้อศอกกางเล็กน้อย 8. เท้าทั้งสองกางออกและพยายามรักษาการทรงตัวให้ดี ฉะนั้น ผู้เล่นควรฝึกได้ด้วยตนเองและสามารถครอบครองลูกบอลไว้ได้นาน ก่อนที่จะมีการเคลื่อนที่ในลักษณะอื่นๆ ต่อไป เช่น การเลี้ยงบอล เป็นต้น ![]() ![]() การส่งลูกบาสเกตบอล![]() การส่งลูกบาสเกตบอลมีอยู่ด้วยกันหลายแบบซึ่งแต่ละแบบนำมาใช้ในการเล่นบาสเกตบอลได้เป็นอย่างดี จะใช้แบบไหนช่วงไหนก็อยู่ที่สถานการณ์ของการเล่น ประกอบด้วยแบบการส่งลูกบาสเกตบอล ดังนี้ 1. การส่งแบบสองมือระดับอก (Two Hands Chest Pass) การส่งลูกบาสเกตบอลสองมือระดับอก เป็นวิธีการส่งที่ใช้กันมากที่สุดในการแข่งขันจึงนับ ได้ว่าการส่งลูกบอลแบบนี้ เป็นหัวใจของการส่งลูกบอลเพราะส่งได้รวดเร็วและแม่นยำทั้งในระยะใกล้และระยะห่างกันปานกลาง มีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1.1 เริ่มจาก ท่ายืนทรงตัว ![]() 1.2 จับลูกบอลด้วยมือทั้งสองระดับอกห่างตัวเล็กน้อย 1.3 นิ้วมือทั้งห้ากางออกแนบข้างลูกบอล หัวแม่มือทั้งสองอยู่ด้านหลังทแยงมุมซึ่งกันและกัน 1.4 ศอกทั้งสองข้างเฉียงลงข้างลำตัวไม่เกร็ง 1.5 หักข้อมือทั้งสองขึ้นเล็กน้อย 1.6 ผลักบอลด้วยการเหยียดแขนและตวัดข้อมือลง ผลักด้วยปลายนิ้ว 1.7 สืบเท้าข้างหนึ่งไปสู่ทิศทางที่ส่งบอล ยกส้นเท้าหลังขึ้นจะช่วยทำให้ลูกบอลพุ่งแรงและเร็วขึ้น
2. การส่งแบบสองมือกระดอนพื้น (Bounce Pass)
การส่งลูกกระดอนพื้น นี้ใช้เพื่อหลบหลีกจากฝ่ายที่พยายามเข้ามาสกัดกั้น และแย่งลูกบอลไปครอบครองการส่งแบบนี้ ทำคล้ายกับการส่งลูกแบบสองมือระดับอก จะต่างกันก็ตรงที่วิธีนี้จะต้องส่งลูกบอลลงไปกระทบพื้น หนึ่งครั้งก่อนจะกระดอน ขึ้นไปยังผู้รับ การส่งลูกบอลวิธีนี้ จะสามารถผ่านการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามได้ เพราะการส่งลูกแบบกระดอนพื้นเป็นการส่ง ที่คู่ต่อสู้ป้องกันได้ยาก มักจะใช้กันบริเวณใกล้ห่วงประตู มีวิธีการปฏิบัติดังนี้ ![]() 3.การส่งแบบสองมือเหนือศีรษะ (Two Hands Overhead Pass) ![]() 4. การส่งแบบมือเดียวเหนือไหล่ (Base Ball Pass) การส่งลูกแบบมือเดียวเหนือไหล่ว่าเหมาะสำหรับการส่งระยะไกล มีลักษณะเป็นการขว้างด้วยมือเดียวโดยมืออีกข้างหนึ่ง คอยประคองลูกบอลจนอยู่ในตำแหน่งพร้อมที่จะส่งลูกไปยังเป้าหมาย การส่งลูกแบบมือเดียว เหนือไหล่ด้วยมือขวา มีวิธี ปฏิบัติดังนี้ 4.1. เริ่มจากท่ายืนทรงตัว 4.2 ยกลูกบอลขึ้นเหนือไหล่ขวาเอนตัวไปด้านหลังพร้อมลูกบอลใช้มือซ้ายช่วยประคอง 4.3 มือขวาจับด้านหลังลูกบอล หงายข้อมือขึ้นเล็กน้อย 4.4 ตามองที่หมาย ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ปล่อยมือซ้าย บิดข้อศอกและไหล่ขวากลับมาหาผู้รับ ส่งลูกบอล ด้วยมือขวา เหยียดแขน ตวัดข้อมือลง และดีดส่งด้วยนิ้วมือ เหยียดแขนตามลูกบอล หมายเหตุ การส่งลูกแบบมือเดียวเหนือไหล่ด้วยมือซ้ายให้ปฏิบัติตรงข้ามกับมือขวา ![]() 5. การส่งลูกแบบอื่นๆ การส่งลูกแบบอื่นๆ คือ การส่งลูกบาสเกตบอลที่นอกเหนือจากวิธีการส่งทั้ง 4 แบบข้างต้น มักจะใช้แก้ไขสถานการณ์ ที่จำเป็นบางครั้งประกอบด้วย 5.1 การส่งแบบตวัดด้านข้าง (Push Pass) ![]() 5.2 การส่งแบบตวัดด้านหลัง(Back Push Pass) เป็นการส่งลูกแบบพลิกแพลงจะทำได้ดี และแม่นยำนั้น ต้องมีความ ชำนาญและคุ้นเคยกับการส่งแบบต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วเป็นอย่างดี บางครั้งต้องอาศัยความรวดเร็ว ซึ่งผู้รับผู้ส่งจะต้องมีความ เข้าใจซึ่งกันและกันมาก่อน การส่งลูกแบบพลิกแพลงอาจมีการทักษะผสมต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วเข้าด้วยกัน หรือเป็นการส่งที่ ไม่มีแบบแผนก็ได้ การส่งลูกพลิกแพลงมีหลายแบบ วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีเพราะมักจะขาดความแม่นยำ แต่ต้องกระทำเพราะไม่มี วิธีอื่นเนื่องจากการป้องกันเหนียวแน่นก่อนส่งจึงควรหลอกล่อ ให้ผู้อื่นถลำตัวเสียก่อน และยิ่งกว่านั้นผู้รับจะต้องเข้าใจกันด้วย การส่งลูกตวัดด้านหลังอาจส่งผ่านด้านหลังระดับเอวหรือผ่านด้านหลังอ้อมศีรษะก็ได้ลูกบอล![]() การส่งแบบตวัดด้านบนหรือการส่งแบบลูกฮุคจะใช้ เมื่อผู้เล่นที่ ครอบครองลูกบอลถูกประกบแบบประชิดตัวจนไม่สามารถจับบอล เพื่อส่งแบบระดับอกได้ผู้เล่นนั้นจะบิดไหล่และลำตัว เข้าหาคู่ต่อสู้ จับลูกบอลให้อยู่ที่มือด้านตรงข้าม ชูลูกบอลขึ้นสูงเหนือศีรษะ สายตามองผ่านไหล่ด้านตรงข้ามเพื่อการมองเห็น ยกเข่าด้านตรงข้ามขึ้นเล็กน้อยเพื่อการทรงตัว ปล่อยลูกบอลด้วยการตวัดแขนและข้อมือ บังคับลูกบอลไปตามทิศทางด้วย ปลายนิ้ว ![]() ข้อควรปฏิบัติในการส่งลูกบาสเกตบอล 1. อย่าส่งลูกบอลให้กับผู้ที่กำลังหันหลังให้หรือมีผู้ป้องกันอย่างเหนียวแน่น 2. อย่าให้คู่ต่อสู้รู้ว่าจะส่งลูกบอลไปทิศทางใด 3. การส่งลูกบอลอย่าส่งย้อนหลังผู้รับ และอย่าส่งแรงเกินไป การส่งและการรับลูกบอลแบบต่างๆ นั้น เราจะเห็นว่ามีมากมายหลายแบบด้วยกัน ดังนั้นการฝึกฝนจำเป็นต้องฝึก ทุกรูปแบบ ถึงแม้ว่าการรับและส่งบางแบบอาจจะใช้ได้น้อยครั้งตามสถานการณ์ แต่การใช้ที่ได้ผลน้อยครั้งนั้นอาจเป็นการนำ ผลสำเร็จมาสู่ทีมก็ได้ ทักษะการรับและส่งลูกบอลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน เพราะการฝึกการรับและ การส่งลูกบอลจะฝึกลำพังคนเดียวไม่ได้ เพราะทำให้ขาดความสนุกสนานและน่าเบื่อ ดังนั้นการฝึกการรับและการส่งลูกบาสเกตบอล จึงจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกคน ซึ่งเป็นพื้นฐานสร้างความสัมพันธ์ของการเล่นเป็นทีม ได้เป็นอย่างดี 5.4 การส่งแบบมือเดียวด้านข้าง(One Hand Side Arm Pass) ให้ถือลูกบอลสองมือด้านข้างถือลูกบอลอยู่เหนือไหล่ ข้างใดข้างหนึ่ง ขณะส่งให้ก้าวเท้าเฉียงไปทางด้านที่ถือลูกบอล โดยวิธีการก้าวเท้า 2 วิธี คือ วิธีแรกใช้เท้าข้างเดียวกับมือที่ถือ ลูกเหนือไหล่ก้าวเฉียงออกไป และอีกวิธีหนึ่งคือ ใช้เท้าที่อยู่ตรงกันข้ามกับมือที่ถือลูกบอลเหนือไหล่ ก้าวเท้าเฉียงไขว้ไปทาง ด้านที่ถือลูกบอล การส่งแบบนี้ใช้ขณะที่ผู้ส่งมีคู่ต่อสู้ยืนป้องกันอยู่ข้างหน้า หรือหลบหลีกมือของคู่ต่อสู้ขณะที่ป้องกันการส่ง ลูกบอล ![]() ![]() 5.5 การส่งแบบมือเดียวด้านล่าง (One Hand Underhand Pass) วิธีปฏิบัติว่าถ้าต้องการส่งด้วยมือขวาให้ใช้มือขวาจับลูกบอลด้านหลังลูก มือซ้ายประคองลูกบอลอยู่ข้างหน้าแล้วดึง ลูกบอลไปข้างหลังทางขวาชิดลำตัว เวลาส่งให้ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าพร้อมกับใช้มือขวาผลักลูกบอลไปในลักษณะหงายมือ ในขณะที่ลูกบอลหลุดออก จากมือ ให้ตวัดนิ้วมือขึ้นเหยียดแขนไปตามทิศทางลูกบอลเป้าหมายอยู่ที่ระดับอกของผู้รับ และขณะที่ลูกบอลถูกส่งลอยไป ในอากาศ ลูกบอลต้องหมุนตามเข็มนาฬิกา ![]() - เสกสรร ห้วยอำพัน, ศิริวรรณ สังขพันธุ์, และยุทธนา วงศ์วิรัติ (2532: 35) - http://www.ipesp.ac.th/learning/siriwan/chapter5/unit5.html, ทักษะ การรับ การส่งลูกบอล - http://www.ipesp.ac.th/learning/siriwan/chapter3/unit3.html, ทักษะการครอบครองและการสร้างความคุ้นเคยกับลูกบาสเกตบอล - ttp://www.kruchai.net/bas003.html, VDO การสร้างความคุ้นเคยกับลูกบาสเกตบอล
![]()
|