<< Go Back

หน่วยการเรียนที่ 2 ทักษะการทรงตัวและการเคลื่อนที่  

สาระสำคัญ
            ทักษะเบื้องต้นของกีฬาบาสเกตบอลมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ฝึกหัดกีฬาบาสเกตบอลซึ่งต้อง อาศัย การทรงตัวและสามารถเคลื่อนที่ที่ดีและถูกต้อง ทั้งในท่ีเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับไม่ว่าจะอยู่ในลักษณะใด เช่น การหมุนตัว การกระโดด การวิ่ง และการหยุด ซึ่งถ้าผู้เล่นมีการทรงตัวและสามารถเคลื่อนที่ที่ดีแล้วก็จะสามารถส่งหรือ รับลูกบาสเกตบอลจากผู้ร่วมทีมได้เป็นอย่างดี
การทรงตัว (Balance Stance) ]
            กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีทักษะเบื้องต้นหลายอย่าง ได้แก่ การวิ่ง การถอยหลัง การกระโดด การหมุนตัว การเลี้ยงลูก การส่ง – รับ ลูกบาสเกตบอล เป็นต้น การเคลื่อนที่และการปฏิบัติทักษะนั้น การทรงตัวที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก เพราะการทรงตัว เป็นรากฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อการฝึกหัด การเล่นบาสเกตบอลซึ่งผู้ฝึกหัดทุกคนโดยเฉพาะผู้ฝึกหัดใหม่จะต้องฝึกให้เกิดความชำนาญ โดยเหตุที่การเล่นบาสเกตบอลมีการเคลื่อนที่ด้วยเท้าทั้งสองข้างตลอดเวลา ทั้งขณะที่เป็นฝ่ายรุกและฝ่ายป้องกัน ทั้งใน ขณะที่ครอบครองลูกบอลอยู่ในมือและขณะมือเปล่า การเคลื่อนที่ดังกล่าวมักจะต้องทำด้วยความรวดเร็ว ว่องไว และถูกต้องตามเทคนิค ดังนั้นถ้าการทรงตัวไม่ดีย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ จากเหตุผล ดังกล่าว แล้วท่าของการทรงตัวและจังหวะการใช้เท้า (Footwork) และการถ่ายน้ำหนักตัว (Center of Gravity) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษาและฝึกหัดให้ชำนาญ
หลักสำคัญเกี่ยวกับการทรงตัวไว้ดังนี้
1. ยืนแยกเท้าห่างกันประมาณช่วงไหล่เป็นลักษณะที่ดีที่สุด
2. ให้น้ำหนักตัวเฉลี่ยที่เท้าทั้งสองข้าง ค่อนไปทางปลายเท้า
3. เข่างอและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
4. หน้ามองตรง
5. แขนกางออกเล็กน้อย
6. ยืนในลักษณะกล้ามเนื้อผ่อนคลาย ในบางครั้งการยืนทรงตัวอาจใช้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่หน้าก็ได้ ซึ่งเป็นท่าการทรงตัวในการยืนป้องกัน แต่เท้าทั้งสอง จะต้องอยู่ในลักษณะเตรียมพร้อมเพื่อจะเคลื่อนที่ต่อไป
การเคลื่อนที่แบบสไลด์ (Slide)
            การเล่นกีฬาบาสเกตบอลมีการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้หลายอย่าง เช่น การเดินไปข้างหน้า การวิ่ง การถอยหลัง ไปข้างๆ และการเคลื่อนที่แบบสไลด์ ซึ่งมักจะใช้มากเพราะเป็นการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพมาก ซึ่งสามารถสไลด์ เข้าหาคู่ ติดตามคู่ และสามารถเคลื่อนเข้าไปปัดลูกบอลได้ การเคลื่อนที่แบบสไลด์สามารถเคลื่อนได้ หลายทิศทาง ดังนี้
1. การเคลื่อนที่ไปด้างข้าง (Side Step) มีขั้นตอนดังนี้
   1.1 จากท่าการยืนทรงตัว ยกมือทั้งสองข้างขึ้นถ้าเคลื่อนที่ไปข้างใดให้ลดมือข้างนั้นต่ำลงอีกข้างหนึ่งยกสูงขึ้น
   1.2 เคลื่อนที่ไปด้านใดเท้าด้านนั้นต้องเป็นเท้านำ ให้ยกเท้าพอพ้นพื้น อีกเท้าหนึ่งเป็นเท้าตามจะเคลื่อนที่ราบ ไปกับพื้น วางเท้าทั้งสองข้างแยกจากกันตลอดเวลา
   1.3 ให้น้ำหนักตัวไปด้านที่เคลื่อนที่ไม่เกินกว่าเท้านำ
   1.4 การเคลื่อนที่ให้ก้าวเท้าสั้นๆ แต่รวดเร็ว


2. การเคลื่อนที่ถอยหลังและเดินหน้า (Back and Front Step) มีขั้นตอนดังนี้
   2.1 จากท่าการยืนทรงตัวที่มีเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่หน้าให้น้ำหนักตัวไปหาเท้านำที่จะเคลื่อนที่(หน้าหรือหลัง)
   2.2 เคลื่อนเท้าที่อยู่ทิศทางที่จะเคลื่อนไปนำไปก่อน แล้วจึงเคลื่อนอีกเท้าหนึ่งตามไปโดยเร็ว

           ในการเคลื่อนที่แบบสไลด์ (Slide) ถ้าต้องการให้การเคลื่อนที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อเสนอแนะที่ควรละเว้นในการปฏิบัติดังต่อไปนี้
         1. อย่ายืนเต็มเท้า เพราะทำให้เคลื่อนที่ช้าลง
         2. อย่ายืนเท้าชิดกัน ต้องให้เท้าทั้งสองแยกกันเสมอ
         3. อย่าเคลื่อนที่แบบไขว้เท้า
         4. อย่างเกร็งกล้ามเนื้อ
           ฉะนั้น การใช้เท้าถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นที่สุดในทักษะของการเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเล่นกีฬา บาสเกตบอลที่มีประสิทธิภาพต่อไป
การหมุนตัว (The Pivot in Basketball)
           การหมุนตัว เป็นการก้าวเท้าเพียงข้างเดียวไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งในขณะอีกเท้าหนึ่งยังปักหลักอยู่ที่เดิม เพียงแต่หมุนเปลี่ยนทิศทางเท่านั้น ผู้เล่นสามารถใช้การหมุนตัวเพื่อประโยชน์ในการปรับการทรงตัวให้สมดุล เพื่อประโยชน์ ในการเปลี่ยนทิศทาง และยังช่วยป้องกันลูกบอลจากการถูกแย่งด้วยการหมุนตัว ให้ลูกบอลอยู่ตรงข้ามกับคู่ต่อสู้ นอกจาก นั้นผู้เล่นที่เลี้ยงลูกบอลยังสามารถนำการหมุนตัวไปใช้เพื่อหลบหลีกคู่ต่อสู้ หรือหมุนตัวเพื่อยิงประตู ได้ด้วยดีอีกด้วย
การหมุนตัวจำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1. การหมุนตัวไปด้านหน้า (Front Turn)
1.1 จากท่ายืนทรงตัว จับลูกบอลลักษณะเตรียมพร้อม งอเข่าย่อตัวเล็กน้อย ใช้เท้าซ้ายหรือขวาเป็นเท้าหลัก ก้าวเท้าอีกเท้าหนึ่งที่ไม่เป็นเท้าหลักก้าวไปด้านหน้า ลักษณะหมุนไปรอบๆ เท้าหลัก
1.2 พยายามแยกเท้าทั้งสองข้างให้ห่างจากกันมากกว่าปกติ งอเข่าและย่อตัวลง กางศอกทั้งสองข้างออก มากๆ ให้ลูกบอลอยู่ชิดลำตัว ลำตัวตั้งตรง น้ำหนักอยู่บนเท้าทั้งสอง เท่าๆ กัน สายตามองตรงไปข้างหน้า


2. การหมุนตัวไปด้านหลัง (Reverse Turn) ให้ปฏิบัติดังนี้
2.1 จากท่ายืนทรงตัว จับลูกบอลลักษณะเตรียมพร้อม งอเข่า ย่อตัวเล็กน้อยใช้เท้าซ้ายหรือขวาเป็นเท้าหลัก ก้าวเท้าอีกเท้าหนึ่งที่ไม่ใช่เท้าหลักก้าวไปด้านหลัง ลักษณะหมุนไปรอบๆ เท้าหลัก
2.2 พยายามแยกเท้าทั้งสองข้างให้ห่างจากกันมากกว่าปกติ งอเข่าและย่อตัวลง กางศอกทั้งสองข้างออก มากๆ ให้ลูกบอลอยู่ชิดลำตัว ลำตัวตั้งตรง น้ำหนักอยู่บนเท้าทั้งสอง เท่าๆ กัน สายตามองตรงไปข้างหน้า การหมุนตัว (The Pivot in Basketball)

            การหมุนตัวไม่ว่าจะเป็นการหมุนตัวไปด้านหน้าหรือด้านหลังก็ตามมีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับผู้ครอบครอง ลูกบอล เพราะการหมุนตัวจะทำให้ผู้เล่นสามารถครอบครองลูกบอลให้พ้นจากการถูกแย่งจากคู่ต่อสู้ และทำให้สามารถ ส่งลูกบอลผ่านคู่ต่อสู้ได้จากการป้องกันแบบประชิดตัว การหมุนตัวยังเป็นทักษะที่สำคัญที่ผู้เล่น ควรฝึกฝนโดยเฉพาะ การหมุนตัวเข้ายิงประตู ในระยะใกล้ห่วงประตูซึ่งมีผลทำให้ผู้เล่นสามารถทำคะแนนได้มากขึ้น



         ฉะนั้นการหมุนตัวเป็นทักษะที่มีความสำคัญอีกทักษะหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นสามารถทำคะแนนได้โดยการหมุนตัว เข้ายิงประตูในระยะใกล้ห่วง หรือหมุนตัวเพื่อส่งบอลให้เพื่อน หรือหมุนเพื่อเลี้ยงลูกบอลเป็นต้น

การกระโดด (Jumping)
         การกระโดดเป็นสิ่งที่ต้องใช้อยู่เสมอตลอดการแข่งขัน เช่น กระโดดยิงประตู กระโดดแย่งบอล กระโดดปัดบอล กระโดดส่งบอล กระโดดรับบอล กระโดดกลับตัว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
      1. ย่อเข่า พับเอวเล็กน้อยก่อนกระโดดขึ้น น้ำหนักตัวอยู่เหนือเข่าทั้งสอง
      2. เหวี่ยงมือทั้งสองข้างนำไปก่อน
      3. ถีบตามด้วยการเหยียดข้อเท้าและเข่า เหยียดส่งด้วยปลายเท้าและเอว
      4. ลงสู่พื้นด้วยปลายเท้าทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน ย่อเข่า เพื่อผ่อนแรงกระแทก
      5. การกระโดดอาจกระโดดขึ้นด้วยเท้าเดียว หรือสองเท้าพร้อมกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการใช้



        การกระโดดในกีฬาชนิดนี้นอกจากจะกระโดดได้ถูกต้องแล้ว จะลดอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้ว การกระโดดได้สูงสุดจำเป็นอย่างยิ่งที่นักกีฬาต้องฝึกฝนเพื่อหาจังหวะในการแย่งลูกบอลหรือเพื่อการยิงประตู อย่างไรก็ตาม ผู้ฝึกสอนควรแนะนำผู้เล่นให้มีน้ำใจ เป็นนักกีฬามีคุณธรรมกับเพื่อนๆ เพราะการกระโดดที่ผิดท่า อาจทำให้คู่ต่อสู้ได้รับ อันตรายได้


การวิ่งและการหยุด
        การวิ่งและการหยุดเป็นทักษะหนึ่งที่มีความจำเป็นในการเล่นบาสเกตบอล การวิ่งมีหลักการวิ่งเช่นเดียวกับการวิ่ง ในกรีฑาแต่การวิ่งในกีฬาบาสเกตบอลผู้วิ่งต้องใช้สายตาที่จะต้องดูคู่ต่อสู้ลูกบอล และทิศทางที่จะต้องเคลื่อนที่ไป การวิ่ง อาจวิ่งด้วยมือเปล่า ทั้งไปด้านหน้าหรือวิ่งถอยหลัง การวิ่งอาจจะวิ่งไปอย่างช้าๆ หรืออย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะ หยุดรับ ลูกบอลหรือเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงการปะทะก็ได้ จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการฝึก ทั้งการวิ่งและ การหยุดเพื่อให้เกิดความชำนาญจนสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. การวิ่ง (Running) การวิ่ง เป็นทักษะที่ต้องใช้มาก ผู้เล่นจะต้องมีความสามารถในทักษะการวิ่งเป็นอย่างดี การวิ่งที่ใช้มากมีทั้งการวิ่งไปข้างหน้า การวิ่งถอยหลัง การฝึกหัดอย่างถูกวิธีจะทำให้การเล่นบาสเกตบอล มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
        1.1 การวิ่งไปข้างหน้า มีวิธีการคือ
                 1.1.1 ก้าวเท้าแรกไปข้างหน้า
                 1.1.2 ก้าวเท้าหลัง ยกเข่าสูง พร้อมเหยียดเท้าไปข้างหน้า
                 1.1.3 โน้มลำตัวไปข้างหน้าพร้อมกับเหวี่ยงแขนสลับซ้าย-ขวา
                 1.1.4 ย่อเข่าเล็กน้อยเพื่อพร้อมจะหยุด

        1.2 การวิ่งถอยหลัง มีวิธีการคือ
                 1.2.1 ก้าวเท้าแรกไปด้านหลัง โดยก้าวเท้าสั้นๆ
                 1.2.2 ก้าวหลังก้าวตาม สลับเท้าซ้าย – ขวา อย่างรวดเร็ว
                 1.2.3 น้ำหนักตัวอยู่ระหว่างเท้าทั้งสอง ลำตัวตั้งตรง
                 1.2.4 ย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อพร้อมจะหยุด
2. การหยุด (Stop) กีฬาบาสเกตบอลเมื่อมีการเคลื่อนที่แล้วถ้าเราจะรับลูกบอลเพื่อยิงประตู หรือต้องการเปลี่ยน ทิศทาง การเคลื่อนที่อย่างทันทีทันใดเพื่อหนีการติดตามของคู่ต่อสู้เราจำเป็นต้องมีการหยุดจากการเคลื่อนที่นั้น ซึ่งสามารถทำการหยุดได้ 2 วิธี คือ
          2.1 การหยุดโดยใช้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า (Stride Stop)
          2.2 หยุดโดยใช้เท้าคู่พร้อมกัน (Scoot Stop)
                    2.1 การหยุดโดยใช้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า (Stride Stop) วิธีการปฏิบัติมีดังนี้
                       2.1.1 เอนน้ำหนักตัวลงไปสู่ทิศทางที่วิ่งมา
                       2.1.2 ใช้เท้าใดเท้าหนึ่งยันสกัดไว้ทางด้านที่ต้องการจะวิ่งไป
                       2.1.3 ย่อเข่าพร้อมกับกดสะโพกให้ต่ำลง
                       2.1.4 ตัวตั้งตรง ไม่ก้มหน้า
                       2.1.5 ไม่ควรกระโดดขึ้นก่อนหยุดเพราะจะเกิดแรงกระแทกมาก
                       2.1.6 ควรงอแขนเปิดข้อศอกเล็กน้อยเพื่อช่วยการทรงตัว
                       2.1.7 การหยุดวิธีนี้ส่วนมากใช้เพื่อเปลี่ยนทิศทาง

                    2.2 หยุดโดยใช้เท้าคู่พร้อมกัน (Scoot Stop) วิธีการปฏิบัติมีดังนี้
                       2.2.1 ทิ้งน้ำหนักตัวไว้ข้างหน้า
                       2.2.2 เท้าทั้งสองสัมผัสพื้นพร้อมกันและปลายเท้าอยู่ระดับเดียวกัน ย่อเข่าทั้งสองข้าง
                       2.2.3 ตัวตั้งตรง ตามองที่จุดมุ่งหมาย
                       2.2.4 งอแขนกางข้อศอกออกเล็กน้อยเพื่อช่วยกาทรงตัว
                       2.2.5 น้ำหนักตัวอยู่ระหว่างเท้าทั้งสอง
                       2.2.6 การหยุดวิธีนี้ใช้ได้ทั้งในโอกาสเลี้ยงลูกบอล การรับลูกบอล การกระโดดแย่งลูกบอล และวิ่งมา ด้วย มือเปล่าก่อนทำการหลอกล่อ
                                และเปลี่ยนทิศทางเพื่อส่งหรือยิงประตู
             
         การหยุดทั้งสองชนิดนี้ผู้เล่นจะต้องมีความพร้อมที่จะหยุดได้ในทันทีทันใด ในลักษณะการทรงตัวที่ดีด้วยการ รักษาน้ำหนักตัวให้ดี น้ำหนักตัวต้องทิ้งอยู่บนเท้าทั้งสอง ปลายเท้าชี้ออกเล็กน้อย เข่างออยู่เสมอเพื่อพร้อม จะเคลื่อนที่ ไปได้อย่างรวดเร็ว และถ้าวางน้ำหนักไม่ดีอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อเท้า เข่า และหลังได้
แบบฝึกการเคลื่อนที่แบบสไลด์
ความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบฝึกการสไลด์
แบบฝึกที่ 1 ฝึกการเคลื่อนที่แบบสไลด์
การปฏิบัติ
          1. ให้ผู้เรียนยืนเข้าแถว ยืนห่างกันประมาณ 1 เมตร
          2. ให้ผู้เรียนฝึกการเคลื่อนที่แบบสไลด์ไปข้างหน้า ไปข้างหลัง ไปทางซ้าย ไปทางขวา
          3.ให้ฝึกปฏิบัติด้วยกัน และแยกฝึกทีละแถว

แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกการทรงตัว และเคลื่อนที่
วิธีปฏิบัติ
      1. ให้นักเรียนยืนเป็นแถวที่เส้นหลังของสนามบาสเกตบอล
      2. ให้ปฏิบัติทักษะการทรงตัวและเคลื่อนที่ทีละคน ดังนี้
            2.1 จาก A ให้วิ่งตรงไปข้างหน้าและหยุดแบบเท้านำเท้าตามที่จุด B
            2.2 จุด B ใช้เท้าซ้ายเป็นจุดหมุน หมุนตัวทางขวา แล้วเคลื่อนที่แบบสไลด์ไปทางขวา ถึงจุด C
            2.3 จาก C ใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุน หมุนตัวทางซ้ายมาที่จุด G
            2.4 จาก G เคลื่อนที่แบบสไลด์ไปข้างหน้าถึง D
            2.5 ที่จุด D ใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุน หมุนตัวทางซ้าย แล้วเคลื่อนที่แบบสไลด์ ไปทางซ้ายถึงจุด E
            2.6 ที่จุด E ใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุนไปทางซ้าย แล้ววิ่งถอยหลังถึงจุด F
            2.7 จากจุด F เคลื่อนที่แบบสไลด์ซ้ายถึงจุด G
            2.8 จากจุด G ใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุนไปทางขวา แล้ววิ่งเคลื่อนที่แบบวิ่งไปข้างหน้าและหยุดแบบเท้าคู่ C หยุดเท้าพร้อมกันที่จุด H

แบบฝึกที่ 3 แบบฝึกการวิ่งและการกระโดด
วิธีปฏิบัติ
           1. ให้นักเรียนเข้าแถวแบ่งเป็น 2 แถวดังภาพ
           2. ฝึกปฏิบัติการวิ่ง เปลี่ยนทิศทาง หมุนตัว และกระโดดที่จุด A , B และ C 

แบบฝึกที่ 3 แบบฝึกการกระโดด

วิธีปฏิบัติ  
           1. ผู้เรียนฝึกปฏิบัติโดยวิธีผู้ฝึก 2 คน ต่อลูกบอล 1 ลูก
           2. ผู้ที่มีบอลโยนบอลขึ้นไปในอากาศให้กับคู่ที่กระโดดรับบอล
           3. ให้สลับกันโยนบอลและรับบอล
           4. ทิศทางในการโยนบอลประกอบด้วย 3 ทิศทาง คือ โยนบอลตรง โยนบอลไปทางซ้าย และโยนบอลไปทางขวา
แหล่งค้นคว้า
           http://www.ipesp.ac.th/learning/siriwan/chapter2/test.html, ทักษะการทรงตัวและการเคลื่อนที่
           http://singhakop.siam2web.com/?cid=866922
           http://www.mwit.ac.th/~t2090107/, การทรงตัวและการเคลื่อนไหวร่างกาย
           http://kruekaphop.wordpress.com/พ-32103-วิชาบาสเกตบอล/



 

<< Go Back