
|
อะตอม แบบจำลองอะตอม
จากทฤษฎีอะตอมของดอลตัน ได้เสนอแบบจำลองอะตอม คือ อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลมและมีขนาดเล็ก และไม่สามารถแบ่งแยกได้อีก ดังรูป
การนำไฟฟ้าของก๊าซ ที่ความดันปกติก๊าซจะไม่นำไฟฟ้า แม้ว่าจะเพิ่มความต่างศักย์ระหว่างขั้วไฟฟ้าให้มากขึ้น แสดงว่าก๊าซเป็นฉนวนไฟฟ้า ความต่างศักย์ที่ใช้ตามบ้านคือ 220 โวลต์ ก๊าซจะไม่นำไฟฟ้า แต่ในบางโอกาสจะพบว่าก๊าซสามารถนำไฟฟ้าได้ เช่น การเกิดฟ้าแลบ หรือฟ้าผ่าในขณะที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง จากการศึกษาการนำไฟฟ้าของก๊าซพบว่า ก๊าซจะนำไฟฟ้าได้ดีขึ้นถ้าความดันของก๊าซต่ำลง และความต่างศักย์ระหว่างขั้วไฟฟ้ามากขึ้น หลอดรังสีแคโทด เป็นเครื่องมือที่ใช้ทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้า ประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าศักย์สูงมาก ประมาณ 10,000 V และหลอดแก้วบรรจุก๊าซซึ่งมีความดันต่ำ ปลายข้างหนึ่งของหลอดแก้วจะมีขั้วไฟฟ้า แอโนด (Anode)
การค้นพบโปรตอน
เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในหลอด พบว่าเกิดจุดสว่างเกิดขึ้นบนฉากเรืองแสงทั้งสองข้าง และเมื่อนำสนามไฟฟ้าขนาดเล็กไปวางคร่อม ไว้บริเวณรังสีที่อยู่ระหว่างขั้วแคโทดกับฉากเรืองแสงพบว่า รังสีเบนเข้าหาขั้วลบ โกลด์ชไตน์จึงสรุปว่ารังสี การค้นพบอิเล็กตรอน
ทอมสันพบว่า รังสีพุ่งจากขั้วแคโทดไปยังขั้วแอโนดและทะลุรูที่เจาะไว้ ไปกระทบฉากเรืองแสงที่จุดกึ่งกลางของฉากเรืองแสง ทอมสันได้เพิ่มขั้วไฟฟ้า 2 ขั้วเข้าไปที่หลอดรังสีแคโทด คือ ขั้วบวก และขั้วลบ ขั้วนี้ตั้งฉากกับทิศทางของรังสี พบว่ารังสีแคโทดเบนเข้าหาขั้วบวกของสนามไฟฟ้าขนาดเล็ก ทอมสันจึงสรุปว่า รังสีแคโทดมีสมบัติเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
ทอมสันยังได้คำนวณหาค่าประจุต่อมวล (e/m) ของอนุภาคได้ค่าเท่ากับ 1.7 X 108 คูลอมบ์/กรัม จากนั้นเขาได้ทำการเปลี่ยนแก๊สในหลอดและโลหะที่ใช้ทำขั้วแคโทดพบว่า ค่าประจุต่อมวลยังคงที่ทุกครั้งจากผลการทดลอง ทำให้ทอมสันสรุปว่า อะตอมของสารทุกชนิดจะต้องประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ และเรียกอนุภาคนี้ว่า อิเล็กตรอน (Electron) “อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีประจุบวก และอนุภาคอิเล็กตรอน ซึ่งมีประจุลบกระจายอยู่ทั่วไปอย่างสม่ำเสมอในอะตอม อะตอมในสภาพที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะมีจำนวนประจุบวกเท่ากับประจุลบ”
การหาค่าประจุของอิเล็กตรอน
จากการทดลองพบว่า ประจุที่อยู่บนหยดน้ำมันนั้นมีค่าเท่ากับ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ หรือเป็นจำนวนเท่าของ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ เช่น 2 x 1.60 x 10-19 , 3 x 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ เป็นต้น แสดงว่าจำนวนประจุที่อยู่บนหยดน้ำมันที่มีค่าน้อยที่สุดคือ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ จำนวนประจุอื่น ๆ จะเป็นจำนวนเท่าของ 1.60 x 10-19 ดังนั้นค่าของประจุ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ จึงเป็นค่าประจุของอิเล็กตรอน 1 ตัว กล่าวคือ การคำนวณหามวลของอิเล็กตรอน จากการทดลองของทอมสันได้ค้าประจุต่อมวลของอิเล็กตรอน คือ จากการทดลองของมิลลิแกน
ในปี พ.ศ. 2454 รัทเทอร์ฟอร์ด ได้ทำการทดลองในประเภทอังกฤษร่วมกับ ฮันส์ ไกเกอร์ และเออร์เนส์ มาร์สเดน ศึกษาทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคแอลฟา เมื่อยิงอนุภาคแอลฟา ซึ่งได้จากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี เข้าไปที่แผ่นทองคำบางๆ
การตรวจสอบทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคแอลฟาหลังจากกระทบแผ่นทองคำแล้ว ทำได้โดยใช้ฉากเรืองแสงขดเป็นวงกลมล้อมรอบแผ่นทองคำไว้ โดยเว้นที่เฉพาะบริเวณที่จะให้อนุภาคแอลฟาผ่านเข้ามาเท่านั้น ทุก ๆ ครั้งที่อนุภาคแอลฟากระทบฉากเรืองแสงจะพบว่า มีจุดสว่างเกิดขึ้นที่ฉากเรืองแสงนั้น (อนุภาคแอลฟาคือ นิวเคลียสของธาตุฮีเลียม ซึ่งประจุบวก ดังนั้นเมื่อกระทบฉากเรืองแสงจึงมีจุดสว่างเกิดขึ้น ทำให้ทราบทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคแอลฟา) จากการทดลองพบว่าอนุภาคแอลฟาส่วนใหญ่จะวิ่งเป็นแนวเส้นตรง ผ่านแผ่นทองคำไปกระทบฉากเรืองแสง ซึ่งก็คือบริเวณจุดที่อยู่หลังแผ่นทองคำในรูป บางส่วนจะเบี่ยงเบนไปจากแนวเส้นตรง คือบริเวณของฉากเรืองแสง และมีน้อยครั้งมากที่อนุภาคสะท้อนกลับมากระทบฉากเรืองแสงที่จุดซึ่งอยู่หน้าแผ่นทองคำ จากการทดลองทำให้รัทเทอร์ฟอร์ดสรุปว่า “อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีโปรตอนรวมกันอยู่ตรงกลางนิวเคลียส มีขนาดเล็ก แต่มีมวลมาก และมีประจุบวก ส่วนอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบ วิ่งอยู่รอบๆ นิวเคลียส” ดังรูป
การค้นพบนิวตรอน
จากการค้นพบนิวตรอน จึงทำให้โครงสร้างของอะตอมเปลี่ยนแปลงไปจากแบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ดเล็กน้อย ทำให้ทราบว่าภายในอะตอมจะประกอบด้วยอนุภาค 3 ชนิด คือ อิเล็กตรอน โปรตอน และ นิวตรอน โดยเรียกอนุภาคทั้ง 3 ชนิด ว่าเป็น อนุภาคมูลฐานของอะตอม
|