
|
ในวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีและกฎต่างๆ ที่ได้ส่วนใหญ่มักแสดงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งอยู่ในรูปความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณ 1. หน่วยฐาน (Base Units) เป็นหน่วยที่ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศกำหนดไว้เป็นพื้นฐาน มีทั้งหมด 7 หน่วย ได้แก่
2. หน่วยอนุพันธ์ (Derived Units) เป็นหน่วยซึ่งมีหน่วยฐานหลายหน่วยมาเกี่ยวข้องกัน เช่น หน่วยของอัตราเร็วเป็น เมตรต่อวินาที ซึ่งมีเมตรและวินาที เป็นหน่วยฐาน หน่วยอนุพันธ์มีหลายหน่วยซึ่งมีชื่อและสัญลักษณ์ที่กำหนดขึ้นโดยเฉพาะ เช่น หน่วยอนุพันธ์ (Derived Units) เป็นหน่วยซึ่งมีหน่วยฐานหลายหน่วยมาเกี่ยวข้องกัน เช่น หน่วยของอัตราเร็วเป็นเมตรต่อวินาที ซึ่งมีเมตรและวินาทีเป็นหน่วยฐาน หน่วยอนุพันธ์มีหลายหน่วยซึ่งมีชื่อและสัญลักษณ์ที่กำหนดขึ้นโดยเฉพาะ เช่น
เมื่อค่าในหน่วยฐานหรือหน่วยอนุพัทธ์น้อยหรือมากเกินไปเราอาจเขียนค่านั้นอยู่ในรูปตัวเลขคูณด้วยตัวพหุคูณ (ตัวพหุคูณ คือ เลขสิบยกกำลังบวกหรือลบ) ได้ เช่น ระยะทาง 0.002 เมตร เขียนเป็น 2 x 10-3 เมตร หรือสามารถเขียนแทนด้วยคำอุปสรรค
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับคำอุปสรรค
เช่น ต้องการเปลี่ยน 7 มิลลิเมตร ให้อยู่ในหน่วย จิกะเมตร (ค่าเท่าเดิม)
ความรู้ต่างๆทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ทางฟิสิกส์ที่มีการค้นพบข้อมูลใหม่ๆเสมอ โดยที่นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยเครื่องมือวัดต่างๆ ดังนั้นผู้ที่จะใช้ก็ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดให้ถ่องแท้ เพื่อที่จะได้สามารถตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือวัดให้เหมาะสมกับงานที่ทำ เพื่อความถูกต้องของข้อมูล ความปลอดภัยในการทำงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา เช่น การวัดอุณหภูมิในเตาเผา ซึ่งมีอุณหภูมิสูงมากเป็นพันองศาเซลเซียส เทอร์มอมิเตอร์แบบหลอดแก้วภายในบรรจุของเหลวใช้วัดอุณหภูมิไม่ได้ ต้องวัดด้วย ไพโรมิเตอร์ (Pyrometer)
ไพโรมิเตอร์ (Pyrometer) เนื่องจากเครื่องมือวัดแต่ละประเภทมีความละเอียดแตกต่างกัน การที่จะเลือกเครื่องมือวัดแบบใดหรือประเภทใด ก็ต้องดูตามความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เช่น การวัดความยาวทั่ว ๆ ไป ควรใช้ตลับเมตร , ไม้เมตร หรือไม้บรรทัด ซึ่งมีความละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับงานกลึง หรืองานเจียระไนโลหะ เครื่องมือวัดที่ต้องใช้ต้องมีความละเอียดถึงระดับ 0.1 มิลลิเมตร หรือ 0.01 มิลลิเมตร สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูงขึ้นไปอีกนั้นไม้บรรทัดจึงใช้วัดไม่ได้ ต้องใช้เวอร์เนียร์แคลลิเปอร์
การวัดปริมาณทางฟิสิกส์ ไม่สามารถใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายมาเป็นเครื่องมือวัดได้ เพราะเกิดความไม่เที่ยงตรงสูง จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์
ค่าที่อ่านได้จากการวัดจะต้องอยู่ระหว่าง 5.6 – 5.7 cm ซึ่งสามารถประมาณค่าได้ว่า 5.62 cm หรือ 0.0562 m แต่ค่าที่ได้ออกมานั้นอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะการประมาณค่าด้วยสายตานั้นมีโอกาสผิดพลาดได้สูง โดยที่ : ตัวเลขกลุ่มแรกจะเป็นตัวเลขที่วัดได้= A ตัวเลขกลุ่มหลังจะเป็นค่าความคลาดเคลื่อนในการวัด =
1. เครื่องมือวัด เครื่องมือวัดที่ใช้ได้ต้องได้มาตรฐาน เก็บรักษาอย่างถูกต้อง
เลขนัยสำคัญ
1. เลขที่ไม่ใช่ 0 ทั้งหมด เป็นเลขนัยสำคัญ เช่น 123 (มี 3 ตัว), 3.5 (มี 2 ตัว) 1.0300 × 104 จะมีเลขนัยสำคัญ 5 ตัว "ตัวเลขนัยสำคัญจะเป็นตัวเลขในส่วนที่อ่านค่าได้ จะไม่นับค่าคงที่ในสูตร ตัวเลขสิบยกกำลังและค่าความไม่แน่นอน" สัญกรณ์วิทยาศาสตร์
ในการบวกและลบเลขนัยสำคัญ การบันทึกข้อมูลจะคงเหลือจำนวนเลขทศนิยมไว้ ให้เท่ากับจำนวนเลขที่อยู่หลังจุดทศนิยมที่มีจำนวนน้อยที่สุด ของเลขนัยสำคัญที่นำมาบวกหรือลบกัน เช่น 2.12 + 3.895 + 5.4236 = 11.4386 ในที่นี่ตัวเลขที่มีตำแหน่งทศนิยมน้อยที่สุดคือ 2 ตำแหน่ง (2.12) ดังนั้นคำตอบก็คือ 11.44 การคูณและการหาร การปัดเศษทศนิยม 1. มากกว่า 5 ปัดขึ้น น้อยกว่า 5 ปัดทิ้ง กรณีที่ต้องการรายงานผล 3.575 และ 7.265 เป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง เราจะใช้หลักว่า "ถ้าเป็นเลขคู่ปัดทิ้ง แต่ถ้าเป็นเลขคี่ปัดขึ้น" ฉะนั้น 3.575 จะรายงานเป็น 3.58 เนื่องจาก 7 เป็นเลขคี่ จึงปัดขึ้น และ 7.265 จะรายงานเป็น 7.26 เนื่องจาก 6 เป็นเลขคู่จึงปัดทิ้ง |