<< Go Back

กิลเบิร์ต นิวตัน ลิวอิส (Gilbert newton lewis)

     กิลเบิร์ต นิวตัน ลิวอิส (23 ตุลาคม 1875 – 23 มีนาคม 1946)  เป็นชาวอเมริกัน เป็นนักฟิสิกส์และนักเคมีที่ค้นพบพันธะโคเวเลนซ์และการทำน้ำมวลหนักให้บริสุทธิ์ และเขายังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของอุณหพลศาสตร์อย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นวิชาสามัญในทางคณิตศาสตร์  ในปี 1926 เขาได้ตั้งทฤษฎีซึ่งชื่อว่ากรดและเบสของลิวอิส และมีการทดลองเรื่องแสงจนเขาได้บัญญัติคำว่า โฟตอน สำหรับสิ่งที่เล็กที่สุดและหมายถึงพลังงานที่มีแสง   ลิวอิสเป็นพี่ชายของ อัลฟา ชี ซิงมา เขาเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเคมี และทำอาชีพเป็นศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาเคมีสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

อาชีพ

      ลิวอิสเกิดและเติบโตที่เวย์เมาท์ แมซซาซูเซต  นอกจากนี้ปีกที่ติดปกเสื้อของโรงเรียนมัธยมของกรมเคมียังเป็นชื่อของเขาเพื่อให้เกียรติแก่เขา  หลังจากที่เขาได้รับการศึกษาที่ฮาร์วาดร์ ภายใต้การดูแลของทีออโด  ริชาดร์ ลิวอิสอาศัยอยู่เขาเขาซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปศึกษาวิชาเคมี กับวิลเลียม ออตวาซด์ที่ ไลพ์ซิก และฟิสิกส์กับวอตเทอร์ เนิร์ดที่โกทินเจน   ในขณะที่ทำงานในห้องแล็บเนิร์ด ของลูอิส เห็นได้ชัดว่าเมื่อเขาเริ่มที่จะทำอะไรซักอย่างจะมีสิ่งที่ผิดพลาดเกิดขึ้นตลอด  เพื่อนของเนิร์ด  วิลเลียม ปาแมร์  เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของโนเบลสาขาวิชาเคมีมีหลักฐานว่า เขาเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลและรายงานขั้นตอนการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้รางวัลโนเบลแก่ลูอิสในสาขาเคมีอุณหพลศาสตร์ กว่าที่ลูอิสจะได้รับรางวัลนั้นก็มีการเสนอชื่อของเขาถึงสามครั้งด้วยกัน แต่ถึงยังไงเขาก็ยังไม่ได้รับรางวัลอยู่ดี เพราะว่าปาแมร์เขียนรายงานเชิงลบเสนอให้คณะกรรมการรางวัลโนเบลเกี่ยวกับทฤษฏีของลูอิส

     หลังจากนั้นเขาก็อยู่ภายในห้องแล็บของเขา  ลูอิสได้กลับไปที่ฮาร์ดวาร์ดอีกครั้ง แล้วก็พบกับอาจารย์ของเขา หลังจากนั้นในปี 1940 เขากลับมาควบคุมดูแลน้ำหนักและมาตราการในสำนักวิทยาศาสตร์ในเกาะฟิลิปปินส์ที่กรุงมะนิลา ถัดจากนั้นมาอีกหนึ่งปีเขากลับมาที่แคมบริจน์ เมซาซูเซส เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ และเขายังมีโอกาสที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับนักเคมีกายภาพที่โดดเด่นภายใต้การดูแลควบคุมของ 
อาเธอร์ อมอส์ นอยด์   เขาได้กลายเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ปี 1907 และกลายเป็นรองศาตราจารย์ในปี 1908และเป็นศาสตราจารย์อย่างเต็มตัวในปี 1911 เขาได้เข้าร่วมกลุ่มของ MIT ในปี 1912 และมาเป็นศาสตราจารย์ของวิชาฟิสิกส์และเคมีที่มหาวิทยาลัยเคมีของแคลิฟอร์เนีย  เบิร์กลีย์ มีการสร้างห้องโถงของเขาที่เบิร์กลีย์เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติของเขาในปี 1984

ผลงานของเขา

     Lewis Electron-Dot Symbols ถ้าจะแปลตรงๆ คงได้ “สัญลักษณ์การแทนอิเล็กตรอนด้วยจุด” ก่อนที่จะเริ่มศึกษาแบบจำลองแต่ละแบบ เราต้องเรียนรู้วิธีในการแสดงวาเลนซ์อิเล็กตรอนของอะตอมที่กำลังศึกษา ซึ่งนิยมใช้สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิส (ตามชื่อของนักเคมีชาวอเมริกัน G. N. Lewis)โดย “สัญลักษณ์ธาตุ แทนนิวเคลียสและอิเล็กตรอนชั้น ใน และจุดที่ล้อมรอบแทนวาเลนซ์อิเล็กตรอน”เลขหมู่ A (1A – 8A) บอกจำนวนวาเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุนั้นจุด 1 จุดแทน 1 วาเลนซ์อิเล็กตรอน โดยให้วาดทีละจุดล้อมรอบสัญลักษณ์ธาตุ   (บน ล่าง ซ้าย ขวา) ถ้าอิเล็กตรอนยังเหลือ ให้วาดจุดเพิ่มข้างๆ จุดเดิม (ให้อยู่เป็นคู่) เติมจนจำนวนจุดเท่ากับจำนวนวาเลนซ์อิเล็กตรอน


สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสสำหรับธาตุในคาบที่ 2 และ 3

สัญลักษณ์ของลิวอิสให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการสร้างพันธะของธาตุดังนี้
      1. สำหรับโลหะ จำนวนจุด คือ “จำนวนอิเล็กตรอนสูงสุดที่อะตอมนั้นจะสูญเสียและกลายเป็นไอออนบวก”
      2. สำหรับอโลหะ จำนวนจุดที่ไม่มีคู่ (unpaired dots) มีค่าเท่ากับ “จำนวนอิเล็กตรอนที่อะตอมจะรับเพื่อที่จะกลายเป็นไอออนลบ” หรือ “จำนวนอิเล็กตรอนที่อะตอมจะแบ่งปันกันใช้ (electron sharing) ในการเกิดพันธะโควาเลนต์”

ตัวอย่าง:
      - กรณีของอะตอมคาร์บอน (C) แทนที่เราจะเขียนเป็น 1 อิเล็กตรอนคู่ (จุดคู่) + 2 อิเล็กตรอนเดี่ยว (จุดเดียว) เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเรียงอิเล็กตรอน [He] 2s22p2 แต่เรากลับวาดเป็น 4 อิเล็กตรอนเดี่ยว เพราะว่าอะตอมคาร์บอนสร้าง 4 พันธะ (ไปจับคู่กับอีก 4 อิเล็กตรอนของอะตอมอื่นๆ)

ขอบคุณเนื้อหาเพิ่มเติม
      http://class407mst.blogspot.com/2012/01/gilbert-newton-lewis.html

<< Go Back