<< Go Back

บทที่ 2 เคมีเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต

1. สารสําคัญ 3 ชนิด ที่พบเป็นส่วนใหญ่ในสิ่งมีชีวิต ได้แก่

ก. น้ำ (H2O)   ข. กรดนิวคลีอิก

ค. โปรตีน        ง. คาร์โบไฮเดรต

จ. ไขมัน

  1. ข้อ ก ข และ ค
2. ข้อ ข, ค และ ง
  3. ข้อ ก, ค และ ง
4. ข้อ ก ข และ จ
 

2. แป้ง (starch) และไกลโคเจน (glycogen) มีความแตกต่างกันในแง่ใดต่อไปนี้ ก. หน้าที่ ข. มอนอเมอร์ ค. ลักษณะการแตกแขนงของสารพอลิเมอร์ ง. ชนิดของพันธะเคมีที่เชื่อมระหว่างมอนอเมอร์

  1.ข้อ ข และ ค
2. ข้อ ข และ ง
  3.ข้อ ก และ ค
4. ข้อ ก และ ง
 

3. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเอนไซม์ (enzyme)

  1. มี active site จับกับสารตั้งต้น
2. มีความจำเพาะกับปฏิกิริยาเคมีสูง
  3. สามารถทำงานได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม
4.ลดพลังงานกระตุ้นของการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่มันไปเร่ง
 

4.ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำที่ทำให้สามารถใช้น้ำเป็นตัวลำเลียงและนำสารต่างๆ มาเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้
ก. การเกิดพันธะไฮโดรเจนกับโมเลกุลของสารต่างๆ ได้
ข. การมีขั้วของโมเลกุลของน้ำ
ค. การมีคุณสมบัติในการเป็นของเหลวได้ที่อุณหภูมิห้อง

  1. ข้อ ก และ ข
2. ข้อ ข และ ค
  3. ข้อ ก และ ค
4. ข้อ ก ข และ ค
 

5. ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นคุณสมบัติของน้ำ
ก. น้ำมีความร้อนจำเพาะต่ำ
ข. น้ำมีความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอสูง
ค. โมเลกุลของน้ำสามารถยึดเหนี่ยวกัน ทำให้ยากต่อการแยกโมเลกุลน้ำออกจากกัน

  1. ข้อ ก และ ข
2. ข้อ ข และ ค
  3. ข้อ ก และ ค
4. ข้อ ก ข และ ค
 

6. น้ำตาล raffinose และ cellobiose อย่างละ 1 โมเลกุล tristearin และ tripeptide อย่างละ 1 โมเลกุล เมื่อเกิด ไฮโดรลิซิส (hydrolysis) อย่างสมบูรณ์เป็น monomer ทั้งหมด จะต้องใช้น้ำ (H2O) ทั้งหมดกี่โมเลกุล

  1.   4
2.  6
  3.   8
4.  12
 

7. การเกิดโมเลกุลมอสโทส (maltose), ไตรสเตียริน (tristearin), ไตรเพปไทด์ (tripeptide), แรฟฟิโนส (raffinose) อย่างละ 3 โมเลกุล จะเกิดน้ำ (H2O) จากปฏิกิริยาการเกิดสารดังกล่าว รวมทั้งหมดกี่โมเลกุล

  1.   12
2. 16
  3.   18
4. 24
 

8. ข้อใดคือ monomer ของเอนไซม์

  1.   Fatty acid
2. Amino acid
  3.   Carbohydrate
4. Hexose
 

9. ข้อใดเป็นสารประกอบที่ประกอบด้วยมอโนแซ๊กคาไรด์มากกว่า 1 ชนิด

  1.  มอลโทส
2. แลกโทส
  3.  ไกลโคเจน
4. เซลลูโลส
 

10. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด

  1. กรดนิวคลีอิกประกอบด้วยหน่วยย่อยคือ นิวคลีโอไทด์
  2. สารชีวโมเลกุลเป็นสารที่พบได้ทั้งในสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
  3. ไกลโคเจนเป็นพอลิแซ็กคาไรด์ชนิดหนึ่ง ที่เก็บไว้ในเซลล์ของพืช
  4. โครงสร้างของอะไมเลสประกอบด้วยกลูโคสที่เรียงต่อกันเป็นสาย มีการแตกแขนง
 
11. สมบัติทางเคมีใดไม่ใช่สมบัติของโปรตีน
  1.ทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับการสังเคราะห์เอนไซม์
  2. ทำหน้าที่ช่วยขนส่งสารบางชนิดที่เยื่อหุ้มเซลล์
  3. ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของสัตว์ชั้นสูง
  4. ช่วยนำออกซิเจนไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
 
12. สารชีวโมเลกุล (biomolecule) ในข้อใดที่ไม่เป็น polymer
  1. ลิพิด
  2. โปรตีน
  3. คาร์โบไฮเดรต
  4. กรดนิวคลีอิก
 
13. collagen เป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างแบบใด
  1.primary structure
  2. secondary structure
  3. tertiary structure
  4. quaternary structure
 
14. ข้อใดถูกเมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาหรือการทดลองต่อไปนี้ 
       ก. เมื่อย่อยแป้งและเซลลูโลสโดยสมบูรณ์ จะได้สารประกอบที่เป็นโมเลกุลชนิดเดียวกัน 
       ข. เมื่อต้มน้ำแป้งกับสารละลายเบเนดิกต์นานๆ จะได้น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 
       ค. เมื่อต้มน้ำแป้งกับกรดไฮโดรคลอริก จะได้น้ำตาลซูโครสเกิดขึ้น 
       ง. คาร์โบไฮเดรตทุกชนิด เมื่อต้มกับกรดไฮโดรคลอริก จะได้น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว
  1. ข้อ ก และ ข
  2. ข้อ ข และ ค
  3. ข้อ ค และ ง
  4. ข้อ ง และ ก
 
15. การจัดเซลลูโลสเป็นคาร์โบไฮเดรต สามารถเทียบเท่ากับการจัดสารในข้อใด
  1. กรดอะมิโนและโปรตีน
  2. ลิพิดเป็นไขมัน
  3. เคอราตินเป็นโปรตีน
  4. กรดนิวคลีอิกเป็นดีเอ็นเอ
 
16. เซลลูโลส ( cellulose ) และไกลโคเจน ( glycogen ) มีลักษณะร่วมกันในข้อใด
  1. รูปแบบของพันธะไกลโคซิดิก
  2. ชนิดของ monosaccharide
  3. ลักษณะการแตกแขนง
  4. การย่อยด้วยเอนไซม์อะไมเลส
 
17. เซลลูโลส( cellulose )  แป้ง( starch )และไกลโคเจน( glycogen ) เป็นสารเคมีจำพวกใด
  1. polysaccharide
  2. polypeptide
  3. polynucleotide
  4. triglyceride
 
18. สารใดมี  พันธะเพปไทด์ เชื่อมต่อระหว่างกรดอะมิโน

           ก. ไคทิน                               ข. คิวทิน
           ค. แอกทิน                             ง. ไนอะซิน

  1. ค
  2. ข และ ง
  3. ก และ ค
  4. ค และ ง
 
19. สารสีใน ฟักทอง และ แครอท  สามารถเปลี่ยนไปเป็นสิ่งใด
  1. เรตินอล
  2. กรดโฟลิค
  3. กรดแอสคอร์บิก
  4. แคลซิเฟอรอล
 
20. กระบวนการใดทำให้ประตูไม้ขยายตัวออกในฤดูฝน
  1. osmosis
  2. imbibition
  3. plasmolysis
  4. active transport
 

<< Go Back