
|
ภูเขาใต้ทะเล คือภูเขาที่อยู่บนพื้นทะเลและมีความสูงต่ำกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งไม่ใช้เกาะ, เกาะเล็กและหน้าผา ภูเขาใต้ทะเลมักเกิดจากภูเขาไฟที่ดับแล้วที่ปะทุขึ้นอย่างกระทันหันซึ่งปกติแล้วจะตั้งสูงขึ้นมาประมาณ 1,000-4,000 เมตรเหนือพื้นทะเล นักสมุทรศาสตร์กำหนดได้กำหนดลักษณะคร่าว ๆ คือสูงเหนือพื้นทะเลอย่างน้อย 1,000 เมตรและมีลักษณะเป็นรูปทรงกรวยยอดของภูเขาใต้ทะเลมักจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเป็นร้อยเป็นพันเมตร ดังนั้นจึงถือว่าพวกมันจะพบในบริเวณทะเลลึก ระหว่างการก่อตัวภูเขาใต้ทะเลบางลูกอาจมียอดสูงพ้นระดับน้ำทะเลและอาจโดนคลื่น และลบกัดเซาะจนมียอดราบ เมื่อภูเขาเหล่านี้ทรุดตัวหรือมีกิจกรรมบางอย่างทำให้มันจมลงใต้ทะเลก็จะเรียกภูเขาลักษณะนี้ว่าเขายอดราบใต้สมุทร
ภูมิศาสตร์ ภูเขาใต้ทะเลสามารถพบได้ในแอ่งสมุทรทุกแห่งบนโลก กระจายไปทั่วในที่ว่าง มีการกำหนดลักษณะทั่วไปของภูเขาใต้ทะเล ว่าต้องเป็นภูเขาที่โพล่ขึ้นมากลางที่ราบมีความสูง 1,000 เมตร หรือสูงกว่าก้นทะเลโดยรอบและมีพื้นที่ยอดเขาจำกัดเป็นรูปทรงกรวย ถ้าหากนับร่วมเนิน สันเขาและเนินเขามีความสูงน้อยกว่า 1,000 เมตรเข้าไปด้วยก็จะมีภูเขาใต้ทะเลกว่า 100,000 ลูกในมหาสมุทรโลก ภูเขาใต้ทะเลส่วนมากเคยเป็นภูเขาไฟและมีแนวโน้มที่จะพบบนเปลือกโลกมหาสมุทรใกล้เทือกเขากลางสมุทร กระจุกแม็กม่าและหมู่เกาะรูปโค้ง โดยรวมแล้วภูเขาใต้ทะเลและเขายอดราบใต้สมุทรจะพบในก้นทะเลแปซิฟิกเหนือคิดเป็น 4.39% ของภูมิภาค มหาสมุทรแอตแลนติกมีภูเขาใต้ทะเลเพียง 16 ลูกและไม่มีเขายอดราบ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนรวมกับทะเลดำมีภูเขาใต้ทะเลเพียง 23 ลูกและเขายอดราบ 2 ลูก แผนที่แสดงว่าภูเขาใต้ทะเล 9,951 ลูกครอบคลุมพื้นที่ถึง 8,088,550 ตารางกิโลเมตร ภูเขาใต้ทะเลมีพื้นที่เฉลี่ยลูกละ 790 ตารางกิโลเมตร ภูเขาใต้ทะเลลูกเล็กที่สุดพบในแอตแลนติก เมดิเตอร์เรเนียนและทะเลดำ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยที่ใหญ่ที่สุดคือภูเขาในมหาสมุทรอินเดียมีค่าเฉลี่ยที่ 890 ตารางกิโลเมตร ภูเขาใต้ทะเลที่มีพื้นที่มากที่สุดอยู่ในแปซิฟิกเหนือมีขนาด 15,500 ตารางกิโลเมตร เขายอดราบใต้สมุทรครอบคลุมพื้นที่ 707,600 ตารางกิโลเมตรและมีพื้นที่เฉลี่ยลูกละ 2,500 ตารางกิโลเมตรซึ่งใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยของภูเขาใต้ทะเลถึง 2 เท่า พื้นที่เขายอดราบ 50% และจำนวนเขายอดราบ 42% อยู่ในแปซิฟิกเหนือครอบคลุมพื้นที่ 342,070 ตารางกิโลเมตร เขายอดราบขนาดใหญ่สามอันดับแรกอย่าง เขายอดราบคูโค่ (มีพื้นที่ 24,600 ตารางกิโลเมตร) เขายอดราบซุยโกะ (มีพื้นที่ 20,220 ตารางกิโลเมตร) และเขายอดราบพราราด้า (มีพื้นที่ 13,680 ตารางกิโลเมตร) อยู่ในแปซิฟิกเหนือเช่นกัน การระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล หินบะซอลต์รูปหมอน เมื่อลาวาพาโฮโฮไหลลงไปในทะเลโดยปรกติแล้วจะเกิดเป็นหินบะซอลต์รูปหมอน อย่างไรก็ตามเมื่อลาวาอาอาไหลลงไปในทะเลกลับเกิดการสะสมตัวของเศษตะกอนเนื้อเถ้าภูเขาไฟ (tuffaceous debris) เป็นรูปกรวย (littoral cone) กรวยขนาดเล็กเกิดขึ้นเมื่อธารลาวาอาอาร้อนไหลลงไปในน้ำ และเกิดการระเบิดเป็นไอร้อนพวยพุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง (littoral explosion หรือ steam explosion) เกาะเซอร์ตเซย์ในมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นภูเขาไฟลาวาบะซอลต์ที่ไหลชะลงไปบนพื้นมหาสมุทรในปี ค.ศ. 1963 การระเบิดของภูเขาไฟนี้ในช่วงแรกๆ จะมีความรุนแรงมากโดยขณะที่หินหนืดเปียกน้ำจะทำให้หินถูกทำให้โป่งพองออกโดยไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาเกิดเป็นกรวยของเถ้าภูเขาไฟ ลักษณะนี้ต่อมาได้กลายเป็นลักษณะเฉพาะของลาวาพาโฮโฮ อาจพบแก้วภูเขาไฟโดยเฉพาะผิวด้านนอกอันเกิดจากผิวของลาวาที่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วและมักจะพบกับภูเขาไฟที่มีการปะทุใต้น้ำ สิ่งมีชีวิตบนหินบะซอลต์
หินบะซอลต์รูปหมอนบนพื้นทะเลทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก
ขอบคุณเว็บไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/ภูเขาใต้ทะเล https://th.wikipedia.org/wiki/หินบะซอลต์
|