
อุกกาบาต (Meteorites) คือ ชิ้นส่วนของดาวตกหรือผีพุ่งใต้ (Meteors) ที่ตกมาถึงผิวโลก อุกกาบาตมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการศึกษาส่วนประกอบภายในโลกเพราะเป็นชิ้นส่วนของดาวเคราะห์ที่มีส่วนประกอบคล้ายคลึงกับโลก อุกกาบาตอาจแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ ประเภทหิน (Stones) ประเภทเหล็ก (Irons) ประเภทหิน-เหล็ก (Stony-iron) อุกกาบาตประเภทหินแบ่งย่อย เป็น 2 ชนิด คือ คอนไดร์ท (Chondrites) และอคอนไดร์ท (Achondrites)
คอนไดร์ทมีลักษณะบ่งชี้ คือ โครงสร้างทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลิเมตร เรียกว่า คอนดรูล (Chondrules) ซึ่งเป็นแร่โอลิวีนและไพรอกซีน คอนดรูลกระจายอยู่ในเนื้อของแร่ซิลิเกตและโลหะผสมเหล็ก-นิเกิล ส่วนประกอบของคอนไดร์ทคล้ายกับหินที่พบในเปลือกโลกแต่มีสิ่งแตกต่างที่สำคัญ คือ ปริมาณที่มากของเหล็กและนิกเกิล โดยมีส่วนประกอบเฉลี่ย ดังนี้ โอลอวีน 46 % ไพรอกซีน 25 % แพลจิโอเคลส 11 % คอนไดรท์เป็นอุกกาบาตที่พบตกมาบนผิวโลกมากที่สุด สำหรับอครอนไดรท์พบน้อยกว่ามาก มีส่วนประกอบคล้ายกับคอนไดร์ท แต่ไม่มีคอนครูลและมีเหล็กนิกเกิลน้อยกว่ามาก
อุกกาบาตประเภทเหล็ก คือ ชิ้นส่วนของโลหะผสมเหล็ก-นิกเกิล โดยมีเหล็กเป็นส่วนประกอบประมาณ 90 % อุกกาบาตประเภทนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ผลึกหยาบของแร่เหล็กที่ชื่อว่า คามาไซด์ (Kamacite) แร่อื่นๆ โดยเฉพาะแร่เหล็ก-นิกเกิล แทไนต์(Taenite) มักจะเกิดตามระนาบแลตทิส (Lattice planes) ซึ่งทำให้ผิวหน้าตัดของชิ้นส่วนอุกกาบาตมีแนวเส้นตัดกันที่เรียกว่า โครงสร้างวิดแมนสทาแทน (Widmanstatten structure) ผลึกที่มีขนาดใหญ่ของอุกกาบาตประเภทนี้แสดงถึงการเย็นตัวที่มากพออย่างช้าๆ อุกกาบาตประเภทเหล็กเป็นที่สนใจกันมาก เนื่องจากเชื่อว่ามีส่วนประกอบคล้ายกับแก่นโลก สำหรับอุกกาบาตประเภทสุดท้าย คือ หิน-เหล็ก นั้น เป็นประเภทที่อยู่กึ่งกลางระหว่างประเภทหินและประเภทเหล็ก
ความสำคัญของอุกกาบาตในการศึกษาทางธรณีฟิสิกส์ อยู่ที่อายุและส่วนประกอบของมัน ตลอดจนปัญหาที่ว่าอุกกาบาตประเภทหินและประเภทเหล็กจะสามารถเป็นตัวแทนของเศษซากแมนเทิลและแก่นของดาวเคราะห์ที่คล้ายคลึง กับโลกหรือไม่ จากหลักฐานที่ปรากฎแม้ว่าไม่สามารถสรุปได้ว่าอุกกาบาตมาจากดาวเคราะห์ที่มีขนาดเช่นเดียวกับโลก แต่สามารถยอมรับได้ว่ามันคือตัวอย่างความอุดมสมบูรณ์สัมพันธ์ของธาตุต่างๆ ในระบบสุริยะ
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม : https://sites.google.com/site/karkaneidkhxngxekphph/xu-kab/xukkabat-keid-cak

|